เผยความลับ ! 8 เบื้องหลังของโชว์มายากลที่เป็นที่นิยมตลอดกาล

เผยความลับ ! 8 เบื้องหลังของโชว์มายากลที่เป็นที่นิยมตลอดกาล

 

พบกับเคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จของบรรดานักเล่นกลกับความจริงในการแสดงมายากลที่พวกเขาแอบซ่อนเอาไว้ไม่ให้คุณรู้

ความสามารถของนักมายากลในการแสดงกลต่าง ๆ ได้สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ชมอย่างเรา ๆ มานักต่อนัก และชวนให้สงสัยเสียจริง ๆ ว่า เขาทำแบบนั้นได้อย่างไรนะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบความลับเบื้องหลังการแสดงอันแสนน่าทึ่ง จาก 8 โชว์มายากลยอดนิยมมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้กันสักทีว่า แต่ละโชว์ที่นักมายากลแสดงออกมา ใช้เทคนิคพิเศษอะไรลวงตาพวกเรากันบ้าง
โชว์ที่ 1 : ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก

กลชุดนี้นักมายากลจะแสดงโดยการนำหมวกปีกทรงสูงมาเปิดให้คนดูเห็นถึงความว่างเปล่าภายในหมวก จากนั้นคว่ำหมวกลงแล้วเปิดมันอีกครั้งพร้อมกับล้วงมือไปหยิบเจ้ากระต่ายน้อยแสนปุกปุยขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์  แล้วกระต่ายโผล่มาจากไหนกันนะ ?

เทคนิคนั้นไม่ยากเลย โดยก่อนการแสดงโชว์นั้นนักมายากลจะเตรียมโต๊ะที่มีผ้าคลุมขนาดใหญ่คลุมอยู่ จากนั้นก็จะทำถุงผ้าสักหลาดสีดำเพื่อเอาไว้ใส่เจ้ากระต่ายน้อย แล้วแขวนห้อยไว้กับตะขอมุมโต๊ะซึ่งผ้าบังอยู่ พอถึงเวลาแสดงจังหวะนี้ต้องอาศัยความเร็วหยิบถุงกระต่ายเข้ามาไว้ในหมวกขณะที่คว่ำหมวกลง พอเปิดออกมากระต่ายก็เข้ามาอยู่ในหมวกเรียบร้อยแล้ว

โชว์ที่ 2 : กลเสกควันออกจากนิ้ว

กลเสกควันออกนิ้ว นักมายากลจะถูนิ้วชี้และนิ้วโป้งเข้าด้วยกันเบา ๆ หลังจากนั้นจะพบว่าควันค่อย ๆ โชยขึ้นออกมาจากนิ้วมือของเขาอย่างช้า ๆ และกุญแจหลักสำคัญที่ทำให้มายากลชุดนี้ประสบความสำเร็จได้ก็คือ แถบที่จุดไฟด้านข้างของกลักไม้ขีดไฟ โดยนักมายากลจะนำแถบที่ว่านี้มาเผาไหม้จนเหลือแต่สารตกตะกอน นั่นก็คือฟอสฟอรัสซึ่งมีคุณสมบัติในการติดไฟได้ แล้วหยิบมาถู ๆ ระหว่างนิ้วทั้งสองจนเกิดออกมาเป็นควันอย่างที่เห็น

โชว์ที่ 3 : กลงอช้อน

มายากลการงอช้อนนับว่าเป็นโชว์เบสิกพื้นฐานของนักมายากลส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ โดยจะแสดงการงอช้อนให้ผู้ชมเห็นกันจะจะ แต่ขณะเดียวกันก็จะพบว่าช้อนที่เพิ่งถูกงอไปนั้นกลับมาตรงแบบเดิมได้อย่างน่าประหลาดใจ และตัวช่วยของกลชุดนี้ก็คือ เหรียญเงินหรือเหรียญบาท เวลาเเสดงโชว์นักมายากลจะแอบซ่อนเหรียญไว้กลางฝ่ามือขณะถือช้อนเอาไว้ จากนั้นค่อย ๆ เขยิบเอาเหรียญมาไว้ตรงปลาย ทำทีว่าเป็นด้ามช้อนแล้วกดหัวช้อนลง ให้ดูคล้ายกับว่าช้อนกำลังงอเพราะด้ามที่นำเอาเหรียญมาหลอกตาคนดู

โชว์ที่ 4 : กลหญิงสาวลอยตัว

การแสดงกลชุดนี้จะมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวกำลังนอนลอยตัวอยู่ โดยที่นักมายากลจะนำห่วงขนาดใหญ่มาลอดผ่านตัวหญิงสาวซ้ำ ๆ ไปมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นและพิสูจน์ว่าไม่มีอะไรค้ำยันเอาไว้ แต่ความจริงก็คือนักมายากลได้เตรียมเครื่องยกกลไกลพิเศษที่เชื่อมติดอยู่กับไม้เท้าของเขา ซึ่งถูกกระโปรงยาวของหญิงสาวปกปิดเอาไว้

โชว์ที่ 5 : กลแยกส่วนกับความลับของกล่องพิศวง

มายากลชุดนี้เป็นการแสดงโดยใช้กล่องแยกร่างกายมนุษย์ตัวเป็น ๆ ออกเป็นสัดส่วนสลับกันไปดังภาพประกอบที่เห็น โดยระหว่างแสดงกลนั้นนักมายากลจะเอากล่องมาสลับสับเปลี่ยน จากนั้นจะทำการเปิดกล่อง ซึ่งภาพที่ผู้ชมได้เห็นก็คือร่างกายของหญิงสาวนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นท่อน ๆ ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก ส่วนเอว และส่วนขาสลับกันไปมาซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับบรรดาผู้ชมอย่างมาก

เทคนิคเบื้องหลังกลลวงนี้คือ นักมายากลจะใช้กล่องทรงสูงขนาด 35 เซนติเมตร จำนวน 3-4 ใบ มาเรียงซ้อนกันบนฐานล้อเลื่อนขนาด 20 เซนติเมตร จากนั้นหญิงสาวผู้ช่วยจะเข้าไปในกล่องชั้นล่างสุดซึ่งจะยืนอยู่บนฐานล้อเลื่อนที่มีช่องลับซ่อนเอาไว้พอดีและโผล่ออกมาให้เห็นเพียงส่วนศีรษะเท่านั้น ส่วนกล่อง 3 ใบที่วางซ้อนอยู่ด้านบนจะมีประตูพิเศษอยู่สองบาน ประตูแรกเป็นของจริงเอาไว้เปิดให้ดูระหว่างที่หญิงสาวกำลังเข้าไป กับอีกประตูหนึ่งเป็นบานหลอกเมื่อเปิดไปแล้วจะพบกับกับหุ่นปลอม ๆ ที่มีรูปร่างและการแต่งตัวเหมือนหญิงสาวตัวจริงทุกประการ ทำให้เห็นเหมือนกับว่าหญิงสาวถูกแยกชิ้นส่วนนั่นเอง

แฝด 3 ต่างรุ่น.. คุณแม่พา 2 ลูกสาวมาถ่ายภาพเซตเหมือนชวนฮา เห็นแล้วยิ้มตามเลย

แฝด 3 ต่างรุ่น.. คุณแม่พา 2 ลูกสาวมาถ่ายภาพเซตเหมือนชวนฮา เห็นแล้วยิ้มตามเลย

 

คุณแม่ชาวอังกฤษปิ๊งไอเดียพาลูกสาว 2 คนมาถ่ายภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ในแบบฉบับน่ารักปนฮา ถอดแบบกันมาเป๊ะเลยนะเนี่ย

โดมินิค คุณแม่ชาวอังกฤษรายนี้ ชื่นชอบการถ่ายภาพไลฟ์สไตล์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอที่ชื่อว่า allthatisshe กระทั่งวันหนึ่งเธอเกิดปิ๊งไอเดียได้ให้อมีเลียและเพนนี ลูกสาว 2 คน แต่งตัวให้เหมือนกันกับเธอ แล้วพามาถ่ายภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ซึ่งภาพที่ออกมานั้นให้ความรู้สึกทั้งน่ารักและอบอุ่น จนกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวโลกโซเชียลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยณะนี้มีผู้ติดตามอินสตาแกรมของเธอมากถึง 8 หมื่นฟอลโลเวอร์

เว็บไซต์ Bored Pandaนำภาพและเรื่องราวความน่ารักชวนยิ้มนี้มาเสนอให้ได้ชม โดยคุณแม่โดมินิค เล่าว่า เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2558 เธอได้ลาออกจากงานมาดูแลลูกสาวทั้งสองคนแบบเต็มตัว ซึ่งตั้งแต่นั้นมาไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอรู้สึกว่าเธอตัดสินใจผิด แม้จะมีบางครั้งที่เธอรู้สึกเหงา ๆ บ้างระหว่างการดูแลลูก ๆ เธอก็มักจะใช้อินสตาแกรมเป็นตัวช่วย

สำหรับภาพภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ที่โดมินิคมักจะชอบโพสต์ลงอินสตาแกรมนั้น เริ่มต้นมาจากความบังเอิญในเช้าวันหนึ่ง เธอเลือกชุดให้ตัวเองและเพนนีเป็นเสื้อลายขวางเหมือนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นอมีเลียลูกสาวคนโตก็ใส่เสื้อลายขวางออกมาจากห้องนอนเหมือนกัน เธอและลูก ๆ ต่างกันหัวเราะชอบใจ และเธอก็เกิดความคิดอยากแชร์เรื่องตลก ๆ นี้ให้ชาวโซเชียลได้ชมเช่นกัน จากนั้นมาเธอก็มักจะพาลูก ๆ มาแต่งตัวเหมือนกันลงอินสตาแกรมอยู่บ่อย ๆ จนผู้ติดตามหลาย ๆ คนต่างชื่นชมเธอว่าเป็นคุณแม่ที่น่ารักมาก

“รางวัลชิ้นใหญ่ที่สุดของเธอในฐานะแม่นั้น คือการได้เห็นลูก ๆ เติบโตขึ้นอย่างฉลาดและตลกขำขันไปในเวลาเดียวกัน ได้สนุนสนานในแบบที่พวกเธอเป็น ในทุก ๆ วันอมีเลียและเพนนีมักจะมีเรื่องมาให้เธอได้อัศจรรย์ใจอยู่ตลอด”  โดมินิค กล่าว

ชีวิตดีกับ 6 วิธีเลือกช่องคิวจ่ายเงินที่ซูเปอร์มาร์เกตอย่างไรให้ไวที่สุด

ชีวิตดีกับ 6 วิธีเลือกช่องคิวจ่ายเงินที่ซูเปอร์มาร์เกตอย่างไรให้ไวที่สุด

 
ผลวิจัยเผย สุดยอดวิธีการเลือกแถวจ่ายเงินอย่างไรให้เร็วที่สุด ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและลดปัญหาการต่อคิวอันแสนน่าเบื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ปัญหาที่ใครหลาย ๆ คนมักเจอและรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างมากเวลาไปช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เกตก็คือ การรอคิวจ่ายเงินนั่นเอง ซึ่งช่วงเวลาที่สินค้าลดราคาหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าเคาน์เตอร์คิดเงินช่องไหน ๆ ก็เต็ม ยิ่งชั่วโมงที่เราเร่งรีบมาก ๆ ด้วยนั้นพูดได้คำเดียวเลยว่า “เซ็งไปอีก”
แต่ปัญหากวนใจเหล่านี้กำลังจะหมดไป เพราะว่าวันนี้เราจะมานำเสนอสุดยอดวิธีการเลือกช่องคิวที่จะช่วยให้การเข้าแถวจ่ายเงินของคุณนั้นรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแต่ละข้อนั้นเป็นผลงานการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญมากมายจากประเทศสหรัฐอเมริกา เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีวิธีอะไรให้ทำตามกันบ้าง

1. เลือกแถวสั้นที่มีของเยอะดีกว่าแถวยาวแต่ของน้อย

อาจฟังดูขัด ๆ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเลือกต่อแถวที่คนเยอะของน้อย มากกว่าแถวที่คนน้อยแต่ของเต็มรถเข็น ซึ่งนั่นเป็นการเลือกที่ผิด เพราะอ้างอิงจากอาจารย์คณิตศาสตร์พบว่า แถวที่ซื้อของน้อยเหมือนจะดูเร็วกว่าก็จริง แต่ว่าแคชเชียร์นั้นต้องเสียเวลากับการทักทาย คิดเงิน เอาของใส่ถุง และขอบคุณ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลา 41 วินาทีต่อลูกค้าหนึ่งคน แต่การสแกนบาร์โค้ดสินค้าแต่ละชิ้นใช้เวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น

นั่นหมายความว่า ถ้าลูกค้าก่อนหน้าเรามีของ 100 ชิ้น เราจะใช้เวลา 6 นาทีในการรอ กลับกันหากเราไปต่อแถวคน 4 คน ซึ่งมีของอยู่คนละ 20 ชิ้น เราจะต้องเสียเวลาในการรอเกือบ ๆ 7 นาทีเลยทีเดียว

2. เลือกเข้าคิวทางฝั่งซ้ายเข้าไว้

คนส่วนมากนั้นถนัดมือขวา ส่งผลให้เวลาเลือกต่อแถวจึงมีแนวโน้มที่จะเอนไปทางช่องคิวด้านขวาก่อนเสมอ ฉะนั้นเวลาเลือกต่อแถวครั้งหน้าควรมุ่งไปทางฝั่งซ้ายก่อนเลยรับรองคนน้อยกว่าแน่นอน

3. เลือกแคชเชียร์ที่เป็นผู้หญิง

จากการสังเกตการณ์พบว่า แคชเชียร์ที่เป็นผู้หญิงนั้นจะคิดเงินคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพมากกว่าผู้ชาย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงแคชเชียร์ที่ดูอัธยาศัยดีเพราะหล่อนจะชวนเราคุยเยอะจนเสียเวลามากเกินไปนั่นเอง

4. เลือกต่อคิวหลังคนที่ซื้อของชนิดเดียวกันหลาย ๆ ชิ้น

สินค้าหลายชิ้นต่างชนิดกัน ย่อมเร็วกว่าสินค้าต่างชนิดกันในจำนวนหรือปริมาณที่เท่ากัน ฉะนั้นลองแอบสังเกตคนก่อนหน้าเราดูสักนิดนึงว่า ของที่เขาซื้อส่วนมากเป็นแบบไหน เพราะของบางชนิดจะคิดเงินได้ช้ากว่า เช่น พวกที่ไม่สามารถสแกนบาร์โค้ดได้ แต่ต้องคีย์ข้อมูลตัวเลขแทน เป็นต้น

5. เลือกโฟกัสที่ความเร็วในการเคลื่อนตัวของแถว ไม่ใช่ความยาว

ก่อนจะเลือกช่องคิวต่อแถวนั้น เราควรหยุดแล้วมองดูภาพรวมว่าแถวแต่ละช่องนั้นเป็นอย่างไร เพราะผลการวิจัยพบว่าคนเรามักจะเลือกแถวที่สั้นจนลืมคำนึงถึงความเร็วในการเคลื่อนตัวของแถวนั่นเอง

6. เลือกต่อคิวผู้ชาย และระวังคิวที่มีผู้สูงอายุ

ไม่ใช่เพียงจำนวนของคนในแถวหรือปริมาณสินค้าเพียงเท่านั้นที่เราต้องพิจารณา อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยประหยัดเวลาได้ก็คือการเลือกคนที่เราจะไปต่อคิวนั่นเอง เช่น หากเราต่อหลังผู้ชายอาจจะเร็วกว่า เพราะพวกเขาไม่ชอบการรอจึงมักทำอะไรเร็ว หรือพยายามเลี่ยงต่อคิวผู้สูงอายุเพราะมีโอกาสช้ากว่าในการเคลื่อนไหวอย่างการยกของและหยิบเงินในกระเป๋า

และอีกหลายวิธีที่เราสามารถประหยัดเวลาได้ด้วยตัวเอง นอกจากที่ได้กล่าวไปข้างต้น เช่น เลือกจ่ายเงินช่องที่รับเฉพาะเงินสดเท่านั้นเพราะเร็วกว่าการรูดบัตร  หรือถอดไม้แขวนและหยิบป้ายราคาออกมาให้เห็นชัดเจนหากเป็นพวกเสื้อผ้า รวมถึงแบ่งของกันเพื่อแยกจ่ายในช่องทางด่วนถ้าไปกันสองคน เป็นต้น

คิดได้ไง ! ถุงใส่แซนด์วิชสุด “ยี้” ป้องกันมือดีแอบมาฉกไปกิน

คิดได้ไง ! ถุงใส่แซนด์วิชสุด "ยี้" ป้องกันมือดีแอบมาฉกไปกิน

 
ถุงพลาสติกธรรมดา (แต่) ไม่ธรรมดาที่จะมาช่วยอำพรางสายตาจากเหล่าบรรดามือฉก ที่จะมาแอบจิ๊กแซนด์วิซแสนอร่อยของเราไปกินได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เคยไหม ? เวลาพกแซนด์วิชหรือมื้อกลางวันไปรับประทานที่ทำงาน แต่กลับชอบเจอมือดีมาแอบฉกหรือจิ๊กของของเราไปกินซะอย่างนั้น พอจะแก้เผ็ดหรือเอาคืนก็ดันไม่รู้อีกว่าเจ้าหัวขโมยคนนั้นคือใคร แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีตัวช่วยมาฝากคุณผู้อ่านกันกับเจ้าสิ่งนี้  Anti-Thief Lunches Bags หรือ ถุงอาหารป้องกันขโมย

Anti-Thief Lunches Bags เป็นผลงานการออกแบบสุดมหัศจรรย์จากบริษัท thinkofthe.com ที่ได้นำความพิเศษไม่เหมือนใครอย่างการครีเอทจุดสีเขียว ๆ ให้มีหน้าตาคล้ายกับ “เชื้อรา” แต้มไว้บนทั้งสองด้านของถุงพลาสติกใส ซึ่งเมื่อนำแซนด์วิชใส่เข้าไปจะเห็นได้ทันทีเลยว่า แซนด์วิชที่ดูน่าทานนั้นได้กลับกลายเป็นแซนด์วิชเน่าขึ้นมาภายในพริบตา

แต่ถ้าหาก “รา” ยังฮาร์ดคอร์ไม่พอเรายังมีอีกหนึ่งถุงที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือ “ถุงใส่อาหารลายแมลง” หรือ Lunch Bugs Sandwich bags ผลิตภัณฑ์จากบริษัท Fred ที่รวบรวมบรรดาแมลงน่าขยะแขยงต่าง ๆ เช่น แมลงสาบ สกรีนลงไปบนถุงได้อย่างเสมือนจริง เรียกได้ว่าใครก็ตามมาเห็นเข้าต้องร้อง “ยี้” ขนลุกขนพองไปตาม ๆ กันและไม่กล้าหยิบไปกินอย่างแน่นอน

กุหลาบสีน้ำเงิน เมดอินไชน่าเนียนกริบ

กุหลาบสีน้ำเงิน เมดอินไชน่าเนียนกริบ

 

 เข้ากับเทศกาลที่เพิ่งผ่านไป กับดอกไม้ในวันแห่งความรักอย่างกุหลาบ แต่หลาย ๆ คนน่าจะเห็นแต่สีแดง ขาว เหลือง แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสีมาก และมีสีน้ำเงินอีกด้วย 
 
          โดยราคาประมาณ 748-1,122 บาท เชียวนะ และสำหรับใครที่ไม่สามารถซื้อได้ลองทำแบบในคลิปนี้ดูไหม แค่ใช้สีก็สามารถเปลี่ยนดอกไม้ธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นดอกไม้หายากได้ทันที

แม่สมาน จากแม่ค้าหาบเร่ สู่เจ้าของธุรกิจ SME ส่งขนมไทยขายทั่วประเทศ

แม่สมาน จากแม่ค้าหาบเร่ สู่เจ้าของธุรกิจ SME ส่งขนมไทยขายทั่วประเทศ

 

ครที่ชื่นชอบขนมไทย คงจะเคยได้ยินชื่อ “แม่สมาน” เจ้าของธุรกิจ SME ไทยที่ผลิตขนมไทยอร่อย ๆ ภายใต้แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ส่งขายผ่านร้านขายของฝากและผ่านร้านสะดวกซื้อที่ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 9,000 สาขาอย่าง “เซเว่นอีเลฟเว่น” ให้ผู้บริโภคได้หาซื้อกันได้อย่างสะดวกสบาย แต่รู้หรือไม่ กว่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ “แม่สมาน” ต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ แต่ไม่ย่อท้อ จนจัดได้ว่าเป็นอีกตัวอย่างของคนสู้ชีวิต ที่กระปุกดอทคอมขอนำเรื่องราวมาเล่าเป็นแรงบันดาลใจกันในวันนี้

เพราะชีวิตจริง ความสำเร็จไม่ได้ได้มาง่าย ๆ ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลาน เจออุปสรรคต่าง ๆ แต่ นางสมาน กลิ่นนาคธนกร หรือแม่สมาน ก็ไม่ย่อท้อ เดินหน้าต่อสู้เพื่อครอบครัว จากชีวิตเกษตรกรทำนา และแม่ค้าหาบเร่ขายข้าวมันส้มตำใน จ.เพชรบุรี เริ่มหันมาขายขนมหวาน เพราะเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ใน จ.เพชรบุรี ร้านขนมหวานหลายร้าน ผลิตขนมหวานออกมาไม่ทันขาย จึงตัดสินใจทำขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองเพชร คือขนมหม้อแกง ออกมาขาย รวมทั้งขนมอื่น ๆ เช่น ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ข้าวหลาม ข้าวต้มมัด ตะโก้ ฯลฯ ซึ่งมียอดขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะใช้วัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดี จนปัจจุบันขนมหม้อแกงแม่สมาน เป็นโอทอปห้าดาวของ จ.เพชรบุรี และได้ส่งขนมไทยออกไปยังต่างประเทศ ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ

แต่แม่สมานก็ยังคงมองหาช่องทางการจำหน่ายขนมไทยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2550 เมื่อมีคนมาชวนให้ส่งขนมไทยไปขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะเซเว่นฯ มีนโยบายที่จะสนับสนุนและส่งเสริม SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งเซเว่นฯ ยังมีสาขาทั่วประเทศ สามารถกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้กว้างและมากขึ้น จึงได้เข้าไปปรึกษากับทางเซเว่นฯ ซึ่งเซเว่นฯ ได้ส่งทีมงานมาแนะนำการบริหารจัดการ เพราะต้องรองรับการผลิตที่มากขึ้น เพื่อส่งขายให้เพียงพอทั่วประเทศ และในปี 2552 แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ก็ได้เกิดขึ้น พร้อมขนมไทยชิ้นแรก “ข้าวแต๋นน้ำแตงโม” ที่นำเข้าไปขายยังเซเว่นฯ

จากแม่ค้าหาบเร่ จบชั้นประถม 4 ไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจ แต่ต้องมาเริ่มต้นทำธุรกิจ SME ผ่านการให้คำปรึกษาจากเซเว่นฯ ทั้งในเรื่องการพัฒนามาตรฐานโรงงาน การผลิต บรรจุภัณฑ์หีบห่อ ปริมาณและราคาที่เหมาะสม จนทำให้มีขนมไทยอื่น ๆ คือ ขนมผิงและลูกอมกะทิ ส่งมาขายในเซเว่นฯ อย่างต่อเนื่อง เวลาเกือบ 10 ปีที่ส่งขนมเข้ามาขายผ่านเซเว่นฯ และได้รับคำแนะนำเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันขนมที่ส่งออกไปขายทั่วประเทศมีมากถึงหลักแสนชิ้นต่อเดือน

ครูโพสต์ข้อสอบประจานเด็กลงเฟซบุ๊ก ชาวเน็ตถามจรรยาบรรณอยู่ไหน

ครูโพสต์ข้อสอบประจานเด็กลงเฟซบุ๊ก ชาวเน็ตถามจรรยาบรรณอยู่ไหน

 
ครูโรงเรียนดังโพสต์กระดาษคำตอบข้อสอบประจานเด็กหน้าเฟซบุ๊ก แถมติดบอร์ดโรงอาหารอีก เด็กนักเรียนถามกลับ ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ? ด้านชาวเน็ตจวกยับจิตวิญญาณและจรรยาบรรณครูอยู่ตรงไหน อย่าสักแต่ว่าเป็นครูแล้วจะทำอะไรก็ได้ !

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความตำหนิการกระทำของคุณครูโรงเรียนชื่อดังย่านพระประแดงท่านหนึ่งในทำนองว่า ทำไมครูสมัยนี้ถึงชอบเอานักเรียนมาประจาน โดยสิ่งที่ครูท่านนี้คือโพสต์คือข้อสอบที่ระบุว่าเป็นการทุจริต โดยจะนำไปติดที่บอร์ดของโรงอาหารในโรงเรียน แล้วยังมีการนำมาแฉลงเฟซบุ๊กส่วนตัวอีก การทำแบบนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กหรือไม่

แน่นอนว่าเมื่อข้อความและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่า การกากบาทข้อสอบแบบนี้อาจไม่ใช่การทุจริต แต่น่าจะเป็นการกามั่ว ๆ มากกว่า ขณะที่อีกส่วนหนึ่งถามว่า จิตวิญญาณและจรรยาบรรณครูอยู่ตรงไหน ถ้าเด็กรู้จะมาเรียนทำไม หน้าที่ของครูคือทำให้เด็กรู้และดีขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่มาประจานเด็ก

อย่างไรก็ดีบางส่วนก็เกิดคำถามว่า ครูสอนหนังสือยังไงให้เด็กไม่รู้เรื่อง เด็กถึงตอบข้อสอบแบบนี้ หรือถ้าเด็กไม่รู้เรื่องจริง ๆ ครูจะมีวิธีการดูแลแก้ไขอย่างไร การประจานให้อาย ก็มีแต่จะทำให้เด็กยิ่งไม่ชอบทั้งครู ทั้งวิชาที่เรียน และปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

สลด แม่แท้ ๆ บังคับลูกวัย 12 มีเซ็กส์กับสามีใหม่ อ้างกลัวถูกบอกเลิก

สลด แม่แท้ ๆ บังคับลูกวัย 12 มีเซ็กส์กับสามีใหม่ อ้างกลัวถูกบอกเลิก

 

สลด…เด็กหญิงวัย 12 ถูกแม่แท้ ๆ บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยงหนุ่มนานนับปี อ้างกลัวถูกบอกเลิก ไม่มีใครดูแล แถมญาติพ่อเลี้ยงยังข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า ญาติได้พา ด.ญ.บี (นามสมมติ) 12 ปี เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ หลังถูกแม่แท้ ๆ วัย 39 ปี บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยงวัย 25 ปี และทำการขืนใจหลายครั้ง โดยเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมานานเกือบ 2 ปี แถมถูกญาติของพ่อเลี้ยงพูดจาข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่องที่พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ และตำรวจชุดจับกุมยังถูกชายอ้างตัวว่าเป็นตำรวจโทร. มาข่มขู่ กล่าวหาว่าทำร้ายผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพอีกด้วย

อย่างไรก็ดี จากการสอบปากคำ ด.ญ.บี เล่าว่า เมื่อช่วงกลางปี 2558 ขณะที่นอนอยู่ในห้องพักร่วมกับแม่และพ่อเลี้ยงนั้น แม่ได้เข้ามาพูดคุยหว่านล้อม และบังคับให้ตนยอมร่วมหลับนอนกับพ่อเลี้ยง โดยแม่อ้างว่าถ้าตนไม่ยอม พ่อเลี้ยงจะเลิกกับแม่จะไม่มีคนดูแล และแม่ก็บอกด้วยว่าต้องทำยังไง เป็นคนอธิบายทุกอย่างทั้งหมด

นอกจากนี้ แม่เป็นคนสวมถุงยางให้พ่อเลี้ยง หลังจากนั้นก็พากันนอน ต่อมาทางพ่อเลี้ยงจะร่วมหลับนอนกับตนตลอดแม้กระทั่งเวลาแม่ไม่อยู่ห้อง แม่ก็ได้สั่งว่าให้ยอมพ่อเลี้ยง อย่าขัดขืน จนกระทั่งล่าสุดตนได้เดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่ต่างจังหวัด พี่สาวเห็นตนซึมเศร้าก็สอบถาม จึงได้เล่าให้ฟังว่าถูกแม่บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยง พี่สาวจึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับญาติและได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แอพแรกที่คุณเลือก บอย ปัดค้ายาเครือข่ายไซซะนะ อ้างรวยเพราะเล่นพนันออนไลน์

บอย ปัดค้ายาเครือข่ายไซซะนะ อ้างรวยเพราะเล่นพนันออนไลน์

 

ปส. รุดสอบ “บอย-ณัฐพล” เครือข่ายไซซะนะ ในเรือนจำ เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธและไม่ซัดทอดใคร อ้างร่ำรวยจากการเข้าบ่อนออนไลน์ได้เงินเดือนละ 3-4 ล้านบาท
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวมีรายงานความคืบหน้าการขยายผลทลายเครือข่ายของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ว่า พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เข้าสอบปากคำ นายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ผาขาว ที่สถานบำบัดพิเศษกลาง จังหวัดนนทบุรี โดยเบื้องต้น นายบอย ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ซัดทอดใคร โดยอ้างว่าร่ำรวยจากการเล่นกาสิโนออนไลน์ ทำให้มีรายได้เดือนละ 3-4 ล้านบาท และไม่ได้ค้ายาเสพติด

ส่วนความสัมพันธ์กับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีแพท ณปภา ตันตระกูล นักแสดงชื่อดัง นายบอย อ้างว่า รู้จักกันที่สนามแข่งขันรถเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปแจ้งคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ที่ให้อายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ พร้อมกับสอบปากคำนายบอย ที่สถานบำบัดพิเศษกลางในวันนี้ด้วย

จีนผุดพิธีประหลาด จับสาว ๆ มานอนลงหลุม อ้างช่วยให้รับมือปัญหาหย่าร้างได้

จีนผุดพิธีประหลาด จับสาว ๆ มานอนลงหลุม อ้างช่วยให้รับมือปัญหาหย่าร้างได้

 

จีนผุดพิธีประหลาด จับผู้หญิงมานอนลงหลุม อ้างช่วยให้รับมือปัญหาหย่าร้างได้ ชี้ให้ลองสัมผัสความตาย จะได้รู้ว่ายังมีสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ช่วยให้ละทิ้งอดีตและก้าวต่อไปได้ง่ายขึ้น

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล มีรายงานถึงพิธีกรรมสุดประหลาดซึ่งกำลังตกเป็นที่ฮือฮาในสังคมจีนขณะนี้ ภายหลังมีผู้ถ่ายภาพของกลุ่มผู้หญิงที่ลงไปนอนเรียงกันภายในหลุมศพที่ชานเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ขณะเข้าร่วมพิธี “การทำสมาธิในสุสาน” ซึ่งอ้างว่าพิธีดังกล่าวจะช่วยให้พวกเธอสามารถรับมือกับปัญหาการหย่าร้างที่ผ่านมาได้

สำหรับพิธีกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นจากความคิดของ หลิว ไท่เจีย หญิงวัย 30 ปี ผู้ซึ่งเคยผ่านการหย่าร้างกับสามีมาก่อน เธอเข้าใจดีว่าช่วงเวลาหลังการหย่านั้นเต็มไปด้วยความทุกข์และยากลำบากขนาดไหน แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะก้าวผ่านมันไปได้ มาตอนนี้จึงอยากจะช่วยให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ต้องเผชิญชะตาชีวิตที่คล้ายคลึงกันได้เข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิต ช่วยให้พวกเธอวางอดีตทิ้งไว้เบื้องหลังดังที่มันควรจะเป็น เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปได้

“ฉันรู้ถึงความรู้สึก เมื่อผู้หญิงรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ฉันเคยคิดฆ่าตัวตายตอนที่หย่า” หลิว ไท่เจีย กล่าว พร้อมชี้ว่าในยามที่คนรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก พวกเขาอยากมีความรู้สึกที่อยู่ใกล้ความตาย แต่ด้วยการนอนในหลุมศพนี้จะช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับประสบการณ์ของความตาย ที่จะช่วยเตือนว่าตัวเองมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำในชีวิต พวกเขาต้องลืมอดีตให้ได้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่

จากภาพที่บันทึกได้เผยให้เห็นกลุ่มผู้หญิงที่มาร่วมพิธีกรรมของเธอลงไปนอนเรียงกันในหลุมดิน มีแผ่นพลาสติกปูรองไว้ บางคนก็เพียงเอามือประสานไว้เหนือตัว ขณะที่บางคนพนมมือไว้ แม้ไม่ชัดเจนว่าพวกเธอต้องนอนอยู่ในหลุมนานเพียงไร แต่พิธีดังกล่าวนั้นเป็นเหมือนการจำลองความตายที่ช่วยให้คนเหล่านี้ผ่านความเจ็บปวดได้ง่ายขึ้น โดย หลิว ไท่เจีย จะจัดพิธีดังกล่าวขึ้นทุก 2 เดือน โดยหญิงคนใดที่สนใจร่วมพิธีก็เพียงโทร. ติดต่อเธอมาเท่านั้น

ข่าวสารทั่วไป