ข่าวบุกจับบ่อนไฮโลรวบนักพนันเพียบ

กองปราบฯ สนธิกำลังทหารและตำรวจ สน.ดอนเมือง เข้าจับกุมบ่อนไฮโล ถนนสรงประภา รวบ 41 นักพนัน และของกลางจำนวนหนึ่ง พบลักลอบเปิดบ่อนมาประมาณ 1 สัปดาห์
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสืบสวนนครบาล 2 สน.ดอนเมือง และ ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในอาคารแห่งหนึ่งริมถนนสรงประภา เขตดอนเมือง หลังได้รับแจ้งว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นบ่อนการพนันไฮโลจากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบนักพนันชายหญิง รวม 41 คน พร้อมยึดอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโลหลายชนิด อาทิ เก้าอี้ พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง และชิพที่ใช้แลกเล่นการพนัน ซึ่งการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโลจึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและคุมตัวนักพนันมาทำการสอบปากคำและตรวจสอบประวัติ ที่ สน.ดอนเมือง พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับอาคารที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้ พบว่ากำลังปรับปรุงเป็นร้านขายส่งสุรา แต่ยังไม่มีสินค้า และลักลอบเปิดให้เล่นการพนันมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว

จับอีกแล้ว! ชาวเกาหลีเปิดบ่อนพนันออนไลน์ย่านบางกะปิ

ข่าวอาชญากรรม เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.เวลา 17.30 น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ร่วมกันเข้าจับกุมบ่อนพนันออนไลน์ ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

ที่เกิดเหตุบริเวณห้องพักชั้นที่ 12 ของคอนโดหรูดังกล่าว พบชาวเกาหลีใต้ 2 คน คือ นายปาร์ค ชางคะฮง อายุ 38 ปี และ นายชอย มินกู อายุ 41 ปี จึงทำการจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการรับพนัน จำนวน 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง หนังสือเดินทาง 2 เล่ม

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่มีเบาะแสเกี่ยวกับชาวเกาหลีใต้ลักลอบเข้ามาเปิดฐานข้อมูลเพื่อรับแทงพนันออนไลน์ในเขตพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามสืบสวนหาข้อมูลจากเวปไซด์ต่าง ๆ จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายได้ใช้คอนโดหรูเพชรบุรีตัดใหม่เป็นที่ตั้งในการเปิดรับพนันจากผู้เล่นทางระบบออนไลน์ จึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่แล้วบุกเข้าจับกุมดังกล่าว

จากการสอบผู้ต้องหาทั้งสองราย ให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดรับแทงพนันออนไลน์ที่คอนโดแห่งนี้มานานกว่า 6 เดือน โดยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 108 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ทั้งหมด สำหรับสาเหตุที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานข้อมูลนั้น เพราะกฎหมายไทยมีโทษเบากว่าที่ประเทศเกาหลีใต้จึงเลือกที่จะมาเปิดรับแทงพนันออนไลน์ที่นี่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักลอบเปิดให้มีการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

งีบหลับใน “รถยนต์” แบบไหนถึงปลอดภัย

สบส.เตือนเปิดแอร์ปิดกระจกรถยนต์งีบหลับ เสี่ยงตายสูง เหตุก๊าซพิษ “คาร์บอนมอนอกไซด์” จากท่อไอเสียรถยนต์ไหลเข้าไปทางระบบแอร์ ทำให้ขาดอากาศหายใจ แนะปิดแอร์ ดับเครื่องยนต์ ลดกระจกลง 2-3 เซนติเมตร หรือกดปุ่มพัดลมให้อากาศไหลเวียนถ่ายเทเข้า-ออกในตัวรถนพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยพบปัญหาประชาชนเสียชีวิตขณะนอนหลับในรถยนต์ที่ติดเครื่องยนต์และเปิดแอร์ได้ทุกปี ปีละประมาณ 1-2 ราย เมื่อเร็วๆนี้ พบ 3 รายเสียชีวิตขณะนอนหลับในรถคันเดียวกัน การจอดรถติดเครื่องยนต์เปิดแอร์นอนในรถและปิดกระจกมิดชิดเป็นเรื่องที่มีอันตรายมาก เพราะเท่ากับเป็นการนอนดมก๊าซพิษในรถ โดยก๊าซพิษที่ทำให้เสียชีวิต ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น อยู่ในไอเสียของรถยนต์ที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมัน ก๊าซสามารถไหลเวียนเข้ามาภายในตัวรถได้ทางระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะมีการดูดอากาศจากภายนอกและดูดเอาควันจากท่อไอเสียรถยนต์เข้ามาหมุนเวียนภายในรถด้วย ผู้ที่นอนภายในรถจึงสูดก๊าซพิษชนิดนี้เข้าไปสะสมในร่างกายโดยไม่รู้ตัว
เมื่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปรวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงดีกว่าก๊าซออกซิเจนถึง 200-250 เท่าตัว ส่งผลให้ความสามารถของเม็ดเลือดแดงในการนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายและสมองลดลงเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ผู้ที่สูดดมจะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน รายที่รุนแรงอาจไม่รู้สึกตัว ระบบหายใจล้มเหลวและถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งกรมสบส.จะเร่งเผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนทุกหมู่บ้าน ผ่านทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม.เพื่อป้องกันการเสียชีวิตดังที่กล่าวมา
นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์พบได้ในไอเสียรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินมากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ปล่อยออกมามากที่สุดขณะรถติดเครื่องยนต์และจอดนิ่งๆ ในการป้องกันปัญหาการเสียชีวิตดังกล่าว ขอแนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางในกรณีที่ต้องขับรถในระยะทางไกล โดยพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง และระหว่างเดินทางควรแวะพักปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการง่วงนอน หากรู้สึกง่วงมากและจะต้องนอนพักในรถยนต์ สามารถทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือเมื่อจอดรถยนต์สนิทแล้ว ควรดับเครื่องยนต์ ลดกระจกลงประมาณ 2-3 ซม. เพื่อเปิดระบายให้อากาศจากภายนอก ซึ่งมีออกซิเจนประมาณร้อยละ 20 เข้ามาหมุนเวียนถ่ายเทภายในรถ ห้ามเปิดแอร์และห้ามปิดกระจกโดยเด็ดขาด
และวิธีที่ 2 เปิดพัดลมแอร์ โดยบิดกุญแจไปที่จังหวะออน เพื่อให้ระบบไฟฟ้าในรถทำงาน แล้วจึงบิดเปิดสวิทช์แอร์ เมื่อเปิดแล้วให้เลือกปุ่มที่เขียนว่า A/C หรือปุ่มที่มีรูปรถและมีลูกศรชี้เข้ามาในตัวรถจากภายนอก เมื่อเลือกกดปุ่มดังกล่าว พัดลมแอร์จะดูดอากาศมาหมุนเวียนในห้องโดยสารได้เช่นกัน ควรนอนพักประมาณ 30-40 นาทีให้คลายความอ่อนเพลีย เมื่อพร้อมแล้วจึงออกเดินทางต่อ

เด็กไทยป่วย `ซิฟิลิสแต่กำเนิด` เพิ่มขึ้น

เด็กไทยป่วย “ซิฟิลิสแต่กำเนิด” เพิ่มขึ้น ปี58 กว่า 90 ราย เหตุแม่ไม่ฝากครรภ์ ทำหลุดระบบคัดกรอง
นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม “แนวทางการดำเนินงานเพื่อยุติการถ่ายทอดเชื้อซิฟิลิส เอชไอวี โรคตับอักเสบจากไวรัสจากแม่สู่ลูก” ว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคซิฟิลิสในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น เห็นได้จากผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่มสูงขึ้น 2 เท่า ใน 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2548 มีผู้ป่วยโรคซิฟิลิส 1,557 ราย และเพิ่มเป็น 3,373 รายในปี 2558 แยกเป็นเพศชาย 2,308 ราย เพศหญิง 1,065 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากสุด คือกลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25-34 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป ส่วนผู้ป่วยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คือเด็กแรกเกิด ถึง 2 ปี พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกๆ ปีเช่นกัน โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2558 พบผู้ป่วยมากถึง 91 ราย
“ทารกที่ป่วยโรคซิฟิลิสส่วนหนึ่งเป็นจากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการฝากครรภ์ จึงไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อซิฟิลิส หรือบางรายรับการฝากครรภ์แล้วไม่มีการติดตามผลเลือด กรณีติดเชื้อจึงไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกผ่านทางรก จะตรวจพบก็ต่อเมื่อเข้ารับบริการคลอดในสถานพยาบาล” นพ.ภาณุมาศกล่าว
นพ.ภาณุมาศ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลสถานการณ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะสามารถกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดได้ เพราะระบบบริการที่มีอยู่เอื้อต่อการดำเนินงาน โดยที่ผ่านมาประเทศไทย ได้มีมาตรการควบคุมและป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ แต่จำเป็นต้องอาศัยการจัดทำแผนระดับชาติในการกำจัดโรคดังกล่าว ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ จัดทำแนวทางในการดำเนินการกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด ทั้งการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ สามีหรือคู่เพศสัมพันธ์ และทารก ในปี 2558 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบในระดับต่างๆ และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมถึงมีการบูรณาการร่วมกับแผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์แห่งชาติ โดยเฉพาะด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเมื่อแรกเกิด โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอัตราการเกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดให้ไม่เกิน 0.05 ต่อเด็กเกิดมีชีพ 1 พันราย ภายในปี พ.ศ. 2563 โดยให้เหลือน้อยกว่า 50 ราย