ใครก็อยากได้! สื่อปูด “ผี” ปัดฝุ่นโปรเจ็คยักษ์กระชาก “โครส”

ใครก็อยากได้! สื่อปูด "ผี" ปัดฝุ่นโปรเจ็คยักษ์กระชาก "โครส"

 

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะรื้อโครงการยักษ์ออกมาเดินหน้ากันใหม่อีกครั้งในตลาดซื้อ-ขายหลังจบฤดูกาลนี้ โดยมีเป้าหมายเป็น โทนี โครส ยอดมิดฟิลด์ระดับโลกของ เรอัล มาดริด นั่นเอง

ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อกีฬาชื่อก้องของอังกฤษ รายงานว่า โฆเซ มูรินโญ จะปรึกษากับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการทำให้ดีลสะเทือนวงการนี้เป็นจริงขึ้นมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สื่อดังกล่าวยังได้อ้างเพิ่มเติมอีกว่า เรอัล มาดริด ไม่ต้องการที่จะขายดาวดังวัย 27 ปี คนนี้ออกไปจากถิ่น เบอร์นาบิว เป็นอันขาด เนื่องจากสไตล์การเล่นและฝีเท้าแบบ โครส นั้นไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้อีกแล้วในโลกใบนี้ พร้อมปักป้ายแสดงสถานะ “ไม่สามารถขายได้” เอาไว้เลยทีเดียว

ณ เวลานี้ โครส เรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวทำเกมแนวลึก (Deep Lying Playmaker) ที่เก่งกาจที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ผ่านยุครุ่งเรืองของ ชาบี อลอนโซ ไป ซึ่งหาก มูรินโญ อยากได้จริง เผลอ ๆ อาจจะได้ทำลายสถิติค่าตัวสูงสุดของโลกอีกครั้งแน่นอน

คนถ่อมตัว! “คอนเต้” ชี้อย่าไปคิดว่าเชลซีจะคว้า “ดับเบิลแชมป์”

Crystal Palace v Cheคนถ่อมตัว! "คอนเต้" ชี้อย่าไปคิดว่าเชลซีจะคว้า "ดับเบิลแชมป์"sea - Premier League

 

ณ เวลานี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ถือเป็นอีกทีมหนึ่งที่มีโอกาสลุ้นขึ้นเถลิงบัลลังก์แชมป์ได้ถึง 2 รายการในซีซั่น 2016-17 ซึ่งก็คือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ เอฟเอ คัพ นั่นเอง

โดยปัจจุบันทัพสิงห์บลูนั้นนำโด่งเป็นจ่าฝูงอยู่บนตารางคะแนน จนแทบจะแบเบลอเป็นผู้ชนะได้แล้วหากไม่เกิดหายนะอะไรขึ้นมาแบบเซอร์ไพร์ส ส่วน เอฟเอ คัพ นั้นก็เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เช่นกัน และถ้าหากผ่าน แมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบนี้ได้ หนทางคว้าแชมป์ก็จะสดใสทันที

แต่ทาง อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้เป็นกุนซือ กลับมองว่านี่คือเรื่องที่ไกลตัวเกินไปอยู่ “ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ตอนนี้เราต้องตระหนักเอาไว้ในใจเลยว่าทุกอย่างไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย”

“ถ้าใครบางคนมาบอกว่าทีมของเราได้แชมป์ลีกแน่นอน รวมถึงจะคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ มาครอบครองได้อีกใบ อย่าไปเชื่อเขา มันยากมากนะ ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่”

“เราแค่ต้องการเดินหน้าไปจบฤดูกาลด้วยการมีถ้วยแชมป์สักใบ ซึ่งทีมก็อยู่ในอันดับที่ดีมากเสียด้วย แต่ก็นะงานหนักรอเราอยู่เพียบเลย”

หงส์อย่าช้า! “ดอร์ทมุนด์” เตรียมปาดหน้าทุ่ม 42.5 ล้านป.ซิว “อินากิ”

BILBAO, SPAIN - SEPTEMBER 29:  Inaki Williams of Athletic Club runs with the ball during the UEFA Europa League Group F match between Athletic Club and SK Rapid Wien at San Mames stadium on September 29, 2016 in Bilbao, Spain.  (Photo by David Ramos/Getty Images)

 

อินากิ วิลเลียนส์ แข้งแนวรุกของ แอธเลติก บิลเบา ที่ตกเป็นข่าวกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาก่อนหน้านี้ กำลังจะโดน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยื่นข้อเสนอราว 42.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวไปเสริมทัพในซีซั่นหน้าแล้ว

โดยทาง มาร์กา สื่อกีฬาชั้นนำของ สเปน ได้เปิดเผยข่าวนี้ผ่านทางรายการวิทยุว่า สตาร์วัย 22 ปี เป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพใหญ่ของ เจ้าเสือเหลือง ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

ซึ่งทาง ดอร์ทมุนด์ ของ โธมัส ทูเคิล เองก็อาจจะต้องเสียผู้เล่นดาวดังออกไปหลายคนก็เป็นได้ในซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะ โอบาเมยัง กับ รอยส์ ที่มีแนวโน้มสูง ฉะนั้นแล้ว พวกเขาจึงต้องเริ่มมองหาแข้งฝีเท้าจัด ๆ คนใหม่เข้ามาเติมเต็มโดยด่วน

อย่างไรก็ตาม อินากิ วิลเลียมส์ เองก็เคยแสดงความพึงพอใจที่มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว ซึ่งหากทาง เจอร์เกน คล็อปป์ เดินหน้าปิดดีลอย่างจริงจัง ก็น่าจะมีโอกาสกว่าทาง ดอร์ทมุนด์ ไม่น้อย แต่ปัญหาของ หงส์แดง คือ เม็ดเงินที่จะสู้กับคู่แข่งไม่ได้เท่านั้นแหละ

ดูบอลอิตาลีในแบบ “โรมานิสต้า”

ดูบอลอิตาลีในแบบ "โรมานิสต้า"

 

อย่างที่เรียนไว้เมื่อคอลัมภ์ที่แล้วว่ายังไงมาเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็ต้องขอเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา สักครั้งในชีวิต ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาขุนพลหมาป่า “โรม่า” เปิดบ้าน “สตาดิโอ โอลิมปิกโก้” ต้อนรับการมเยือนของกระทิงหิน “โตริโน่” อีกทีมจากเมืองตูริน

การเดินทางไปสนามจากบริเวณใจกลางกรุงโรมที่ผมพักอยู่ไปสนาม ค่อนข้างลำบากนิดนึงเพราะขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียวที่ไปถึงคือ “รถเมล์” เนื่องจากสนามแห่งนี้เป็นสนามเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1928 เพื่อใช้เป็นสนามกีฬาแห่งชาติในยุคของ “เบนิโต้ มุสโสลินี่” อดีตผู้นำฟาสซิสของอิตาลี อยู่บริเวณเนินเขาออกไปชานเมืองนิดๆทำให้ลมเย็นมากเนื่องจากตั้งอยู่สูง

สนามแห่งนี้นอกจากเป็นสนามที่ “สโมสรโรม่า” ใช้เล่นเกมในบ้านแล้ว ก็ยังมี “สโมสรลาซิโอ” อริร่วมเมืองใช้ด้วย โดยทั้งคู่ใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1953 และก็เล่นแบบสลับโปรแกรม ถ้าสัปดาห์นี้ทีมนึงไปเยือน อีกทีมก็เล่นในบ้านจนถึงปัจจุบัน

สำหรับแฟนบอลของโรม่าหรือที่เรียกว่า “โรมานิสต้า” ยิ่งถ้าเป็นพวก “อัลตร้า” ถือว่าเป็นกลุ่มแฟนบอลอีกทีมที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเถื่อน ความโหดมาตั้งแต่อดีต ทำให้ในปัจจุบันเจ้าหน้าตำรวจอิตาลีต้องรัดกุมซึ่งการเดินเข้าไปยังสนามในวันที่ทีมแข่ง ต้องใช้เจ้าหน้าตรวจถึง 3 ชั้นด้วยกัน และยังแบ่งทางเข้าของที่นั่งบนอัฒจันทร์ไว้แบบถึงเป็นแฟนโรม่าเหมือนกันก็ไม่มีทางเจอกันเลย ถือว่าเข้มงวดมากกว่าทุกสนามที่เจอมาซะอีก

ผมเดินทางมาถึงสนามก่อนเกมประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อเดินสัมผัสบรรยากาศและซื้อเสื้อฟุตบอลของทีม แต่ต้องพบกับความผิดหวังเพราะนึกได้ว่าที่สนามแห่งนี้ไม่มีร้านเมกกะสโตร์ หรือร้านขายของที่ระลึกของสโมสร เพราะไม่ใช่สนามของ “โรม่า” หรือ “ลาซิโอ” แต่เป็นสนามของเมืองที่ทั้งสองทีมมีสิทธิ์เช่าอยู่ อีกทั้งจุดที่ขายของสโมสรอยู่อีกโซนนึงที่เดินไปไม่ได้ เลย “อดไป” ตามระเบียบ

พอถึงเวลาบอลเตะก็ไม่ทำให้ผิดหวัง “โรม่า” ของกุนซือ “ลูชาโน่ สปาเล็ตติ” เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจุดแข็งของมิดฟิลด์ในระบบ 3-5-2 ซึ่งมีทั้ง “เลโอนาร์โด้ ปาเรเดส” “เควิน สตูรทมัน” “บรูโน่ เปเรซ” และ “เอเมอร์สัน” ที่สามารถหยุดเกมรุกของขุนพลกระทิงหินได้อยู่หมัด ขณะที่แนวรุก “โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์” เร็วมาก จังหวะที่ทีมสวนกลับมาไม่มีทางจะจับได้ หรือ “รัดย่า เนียงโกลัน” ที่คล่อง เท้าไวมาก บวกกับ “เอดิน เซโก้” ที่แข็งแกร่งและเฉียบคม

จะสงสารก็คงเป็น “โจ อีซี่” (ฮาร์ท) ผู้รักษาประตูของคู่แข่ง ที่โดนไป 4 เม็ด แต่ก็ไม่สงสัยว่าทำไม “แมนฯ ซิตี้” ถึงปล่อยพี่โจให้ “โตริโน่” ยืมตัวแบบไม่เกรงใจดีกรีมือ 1 ทีมชาติอังกฤษ เพราะจุดอ่อนของเจ้าตัวคือ เป็นผู้รักษาประตูที่ค่อนข้างช้า เวลาเจอลูกลักไก่ยิงไกลเข้ามาตายสนิท และเป็นคนที่ออกบอล “แย่มาก” เวลาออกบอลจากประตูแทบไม่สร้างความได้เปรียบให้กับทีมตัวเองเลย

ที่พีคสุดๆคือช่วงท้ายเกมที่ได้เห็น พระราชาแห่งกรุงโรมอย่าง “ฟรานเชสโก้ ต็อตติ” ลงสนาม จริงๆสำหรับคนยุคผมได้เห็นตำนานของทีมในวัย 40 ลงเล่นแบบนี้กับตาถือว่าเป็น “กำไร” แล้วครับ แถมเจ้าตัวยังส่งบอลให้ “เนียงโกลัน” ยิงปิดท้ายอีกต่างหาก น้ำตาจะไหล!!!

ส่วนบรรยากาศในสนามก็เป็นอีกสนามที่สุดยอด โดยเฉพาะแฟนบอลโรม่าที่ส่งเสียงเชียร์ตลอดทั้งเกม ซึ่งตรงที่ผมนั่งไม่ห่างจากแฟนบอลโตริโน่ที่มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยยืนคุมอยู่ ทำให้มีการโห่ร้องเกือบตลอด 90 นาที บวกกับการอนุญาตให้ดื่มน้ำอำพันสีทองในสนาม แม้กระทั่งดูดสมุนไพรก็มีให้ได้กลิ่น 555

สุดท้ายการมาดูบอลแบบ “โรมานิสต้า” จบลงด้วยความสุข เจ้าบ้านถล่ม 4-1 พร้อมความประทับใจที่ยอมรับว่า “บอลอิตาลี” ถ้ามาเชียร์ข้างสนาม โค-ตรสนุก บางทีสนุกกว่าที่แอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ ต่างจากการดูในโทรทัศน์อย่างสิ้นเชิง

รางวัลแห่งชีวิต! เมื่อเด็กดาวน์ซินโดรมลงมายิง 3 แต้มให้ทีมชนะช่วงวินาทีสุดท้าย

รางวัลแห่งชีวิต! เมื่อเด็กดาวน์ซินโดรมลงมายิง 3 แต้มให้ทีมชนะช่วงวินาทีสุดท้าย

 

พาไปชมเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนน้ำตาแตก ของ “โรเบิร์ต ลูอิส” เด็กหนุ่มชั้นมัธยมปลาย ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของทีมแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2016 โรเบิร์ต ซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี เป็นผู้ป่วยเป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม หรือที่เรียกกันว่า ดาวน์ซินโดรม ตั้งแต่กำเนิด

แต่ โรเบิร์ต ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต และด้วยใจรักในกีฬาบาสเก็ตบอล แม้สภาพร่างกายไม่อาจสานฝันให้เขาเล่นกีฬายัดห่วงเหมือนเพื่อนๆได้ แต่การได้เป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน ได้อยู่ใกล้ๆกับลูกกลมๆสีส้มตลอดเวลา เป็นอะไรที่หล่อเลี้ยงหัวใจเขาได้เป็นอย่างดี

ตลอดการรับตำแหน่งผู้จัดการทีม โรเบิร์ตทุ่มเทเต็มที่ อำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆนักกีฬาอย่างสุดความสามารถทั้งงานหนักงานเบา ไม่ว่าจะเป็นคู่ซ้อมให้นักกีฬา, ปัดกวาดเช็ดถู, จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ เขาทำได้ดีไม่แพ้คนปกติ ทำให้เพื่อนๆและคนในโรงเรียนยอมรับเขาว่าเป็น “ส่วนหนึ่งของทีม” อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

จนในที่สุด เหตุการณ์มหัศจรรย์ของชีวิต โรเบิร์ต ลูอิส ก็มาถึง ในเกม Senior night ที่ทีมโรงเรียนแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่ พบกับ ทีมโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยแนชวิลล์ โรเบิร์ตถูกโค้ชส่งลงไปสัมผัสการแข่งขันช่วงท้ายเกม

ทันทีที่โรเบิร์ตลงในสนาม ผู้ชมต่างพร้อมใจกันตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “Love you Robert!” ตลอดเวลา

โรเบิร์ตได้บอลครั้งแรกขณะยืนอยู่ริมเส้นด้านขวา ตอนนั้น แฟรงคลิน นำ แนชวิลล์ อยู่ 64-61 คะแนน เขาชู้ตหวังทำ 3 แต้มเพื่อให้ทีมทิ้งห่าง แต่น่าเสียดาย มันพลาดเป้า ลูกเบี้ยวไม่สัมผัสแม้แต่ขอบห่วงหรือตาข่าย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเสียดายจากกองเชียร์ทั้งสนาม

แถมหลังจากจังหวะนี้ ทีมแฟรงคลินยังถูกคู่แข่งบุกขึ้นไปยิง 3 คะแนน ตีเสมอเป็น 64-64 แต้มซะอย่างนั้นด้วย!

แฟรงคลินได้บุกครั้งสุดท้าย ขณะนั้นเหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 10 วินาที โรเบิร์ตวิ่งไปยืนประจำตำแหน่งเดิม รับลูกจากเพื่อนเหมือนเดิม พร้อมตั้งท่าชู้ตเหมือนเดิม บอลถูกปล่อยออกจากมือโรเบิร์ต…

แต่คราวนี้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม ลูกพุ่งลงห่วงไปอย่างสมบูรณ์แบบ!

สียงเฮดังกึกก้องทั้งสนาม ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากันกระโดดโลดเต้นดีใจไปกับ “3 แต้ม” นี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบาสฯทีมแนชวิลล์ ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับโรเบิร์ต

ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน พร้อมชัยชนะของทีมแฟรงคลิน โร้ด ด้วยคะแนน 67-64 แต้ม

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชิญรับชมกันได้จากคลิปด้านล่าง

และแน่นอนว่าภาพความทรงจำทั้งหมดนี้จะอยู่ในหัวใจของ “โรเบิร์ต ลูอิส” ตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

ฮือฮา! “เจ้าหนูแดนมังกร” คว่ำ “มาร์ค เซลบี้” มือ 1 สอยคิวโลก

ฮือฮา! "เจ้าหนูแดนมังกร" คว่ำ "มาร์ค เซลบี้" มือ 1 สอยคิวโลก

 

หยาน ปิ่นเตา นักแม่นคิวดาวรุ่งจากจีน สร้างชื่อให้ตัวเองได้ชนิดดังเป็นพลุแตก หลังสามารถเอาชนะ มาร์ค เซลบี้ มือหนึ่งของโลกชาวอังกฤษ ลงได้แบบขาดลอย 4-1 ในการแข่งขัน สนุกเกอร์ เวลส์ โอเพ่น 2017

นักสอยคิวแดนมังกร ที่เพิ่งจะฉลองอายุครบ 17 ปี ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลายเป็นที่จับตาทันที หลังสามารถเขี่ยมือ 1 ของโลก และเจ้าของแชมป์โลกปีล่าสุด อย่าง มาร์ค เซลบี้ ตกรอบ 32 คนสุดท้าย ได้แบบเหลือเชื่อ

ซึ่งแม้ล่าสุด หยาน ปิ่นเตา จะกระเด็นตกรอบ 16 คนสุดท้ายในเวลาต่อมา เมื่อพ่ายให้กับ เคิร์ท มาฟลิน จากนอร์เวย์ 4-1 เฟรม แต่ชื่อของเจ้าตัวกลายเป็นที่กล่าวถึงไปเสียแล้ว

ถึงขนาดที่ “เดอะ ร็อคเก็ต” รอนนี่ โอซุลลิแวน เจ้าของแชมป์โลกสอยคิว 5 สมัย ที่ได้เห็นลีลาการออกคิวของเจ้าหนูรายนี้ ยังต้องออกมายกย่องว่า “ในอนาคต หยาน ปิ่นเตา จะเป็นนักแม่นคิวอันดับต้นๆของโลกแน่นอน และจะสามารถคว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนได้ไม่ต่ำกว่า 6 รายการแน่นอน”

เฮทั้งสนาม! “น้องปิ่น” น็อกคู่แข่งเด็กผู้ชายด้วยการ “แตะลอดขา” 3 คนรวด!

เฮทั้งสนาม! "น้องปิ่น" น็อกคู่แข่งเด็กผู้ชายด้วยการ "แตะลอดขา" 3 คนรวด!

 

ไปดูความสามารถของ “น้องปิ่น” เด็กหญิงวัย 12 ปีที่ลงแข่ง “Street Football Panna Knock Out” จนเรียกเสียงฮือฮาในตอนนี้

แม้รูปร่าง อายุ เพศ และทักษะ เป็นรองคู่แข่งที่ล้วนเป็นเด็กผู้ชายทั้งนั้น โดนยิงประตูเป็นว่าเล่น แต่ น้องปิ่น ก็สวมหัวใจสิงห์ “แตะลอดขา” ได้ถึง 3 คนรวด พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ

ลองไปดูครับว่าสาวน้อยคนนี้เธอเจ๋งขนาดไหน!

ไทยลีกศุกร์แห่งชาติครั้งแรก! “กิเลน” เปิดรังรับมือ “ค้างคาวไฟ” 20.00 น.

ไทยลีกศุกร์แห่งชาติครั้งแรก! "กิเลน" เปิดรังรับมือ "ค้างคาวไฟ" 20.00 น.

 

สำหรับโปรแกรมฟุตบอลไทยลีก จะเริ่มลงฟาดแข้งกันในเกมที่สอง โดยจะมีการใช้โปรแกรมการแข่งขันคืนวันศุกร์เป็นครั้งแรกในเกมระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเปิดรัง เอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ค้างคาวไฟ สุโขทัย ยูไนเต็ด

วันนี้เวลา 20.00น. ตามเวลาบ้านเรา ทีมจ่าฝูงของไทยลีก อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เกมแรกบุกไปเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ถึงรัง ลีโอ สเตเดี้ยม ไปได้ 4-0 จะทำศึกฟรายเดย์ไนท์ กับ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เป็นคู่แรกของนัดที่สองของศึกไทยลีก

โดยในเกมนี้ ธชตวัน ศรีปาน อาจจะไม่มีกองหน้าดาวยิงอย่าง เคลตัน ซิลวา ที่ตกเป็นข่าวว่ากำลังย้ายออกจากทีม และมีนักเตะบาดเจ็บอยู่ 2-3 รายด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆพร้อมที่จะลงสนาม

ส่วนทางด้าน ค้างคาวไฟ หลังจากกลับมาจากการตกรอบรายการ AFC ก็ยังต้องมาพ่ายให้กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คารังไปอีก 1-0 โดยในเกมนี้ลูกทีมของ สมชาย มูลมาก อย่าง คาตาโนะ ฮิโรมิชิ แนวรับตัวเก่งแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย จะหมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเพียงรายเดียวเท่านั้น

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์, ทริสตอง โด, อาโอยามะ, อดิศร, ธีราทร, สารัช, วัฒนา, ธีรศิลป์ ,ชนาธิป ,พีระพัฒน์, ซิสโก้

สุโขทัย เอฟซี : ไพโรจน์, ศักดรินทร์, พนธกร, ยุทธพงษ์, ปิยะราษฏร์, พิชิต, ก้องนทีชัย, บาจโจ้, แอนทอน , บีรัม, อโดรวิช

ตัดต่อรึเปล่า!? ตูราน แอบซื้อบ้านหลังใหม่ใกล้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมแชะภาพคู่ พี่บ่าว

ตัดต่อรึเปล่า!? ตูราน แอบซื้อบ้านหลังใหม่ใกล้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมแชะภาพคู่ พี่บ่าว

 

สื่อดังจากประเทศ ตุรกี อย่าง เตอกิช ฟุตบอล ได้รายงานว่า อาร์ด้า ตูราน มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลนา ได้จัดการซื้อบ้านหลังใหม่ โดยที่อยู่ใกล้อาณาบริเวณของสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

กองกลางจากแดนไก่งวง ที่มีข่าวว่าอาจจะย้ายออกจากทีม บาร์เซโลนา ไปร่วมกับทีมจากลีก จีน ก่อนหน้านี้ แต่เวลานี้กลับพบว่า เขาอาจจะตกลงปลงใจไปร่วมทีมกับ เชลซี หลังจากได้ไปซื้อบ้านหลังใหม่ใน อังกฤษ

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีภาพหลุดของ ตูราน ที่ถ่ายคู่กับเพื่อนเก่าสมัยอยู่ แอตเลติโก มาดริด อย่าง ดีเอโก้ คอสต้า อีกด้วย จึงเป็นไปได้ว่า คอสต้า อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลของ พี่เจ๋ง แห่ง คัมป์นู

แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทางด้าน หลุยส์ เอ็นริเก้ จะได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าต้องการให้ ตูราน นั้นค้าแข้งในถิ่น คัมป์นู ต่อไป แต่เวลานี้ เอ็นริเก้ เองก็ยังไม่สามารถการันตีเก้าอี้นั่งของตัวเองได้เลย เนื่องจากผลงานที่เป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากจากการบุกไปโดน เปแอชเช ถล่มยับมาถึง 4-0 ในรายการ ยูฟา แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ลาขาด “The Sun”

ลาขาด "The Sun"

 

ลาแล้วลาขาดอย่าได้มีเยื่อใยกันอีก หลังผ่านมากว่า 28 ปี แล้วในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจ “ประหารชีวิต” The Sun อย่างเป็นทางการ

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยเกือบ 3 ทศวรรษ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจหันหลังให้กับ The Sun แบบเด็ดขาดเปรียบดั่งชีวิตนี้ที่ไม่มีวันเผาผีและไร้ซึ่งการนับญาติตลอดไป

สำหรับ “เดอะ ค็อป” เหตุโศกนาฏกรรม “ฮิลล์สโบโร่” ที่พราก 96 ชีวิตของตนไปเมื่อปี 1989 ยังคงตราตรึงในหัวใจเฉกเช่นเดียวกับการพาดหัวข่าวของ The Sun ในวันนั้นที่ไม่ต่างกับ “ฆาตกรรม” พวกเขาทั้งเป็น

“แฟนบอลลิเวอร์พูลผิดเต็มประตู พวกเขาขโมยทรัพย์สินพรรคพวกเดียวกันเองที่บาดเจ็บ, ทำร้าย และปัสสาวะใส่เจ้าหน้าที่ บางคนพยายามจะเปลื้องผ้าศพหญิงสาวที่ถูกเหยียบย่ำ และนี่คือความจริง”

แม้ 23 ปีต่อมาสำนักพระอาทิตย์จะออกแถลงการณ์ขอโทษถึงความผิดพลาดในครั้งนั้นพร้อมกับยอมตีแผ่ความจริงว่าที่จริงแล้ว แฟน “หงส์แดง” เสียชีวิตจากการโดนเบียดเสียดตายซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ทว่าก็สายเกินการณ์

จากวันที่ The Sun คิดทรยศต่อความจริงด้วยการเต้าข่าวหวังเพิ่มยอดในวันที่ “เดอะ ค็อป” ถูกย่ำยี

วันนั้นคือวันที่ทั้งเมืองเมอร์ซี่ย์ไซด์ลุกโชน และ ตัดขาดจาก The Sun ตลอดไป..

หลังจากต่อต้านมานานโดยมีการยกเลิกขาย The Sun ภายในเมืองและมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า..

นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป The Sun จะไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำข่าวในสนามแอนฟิลด์หรือกระทั่งสนามซ้อมเมลวู้ดอีกต่อไป ไม่มีแม้แต่กระทั่งภาพหน้าสนาม..

พูดง่ายๆก็คือสำนักข่าวใดที่ชื่อ “The Sun” จะหมดสิทธิ์ทำข่าวลิเวอร์พูลไปตลอดกาล

ฟังดูอาจไร้ผลกระทบ เพราะทุกวันนี้ที่จริงแล้ว The Sun ก็แทบไร้ข่าว Exclusive หรือ ทำได้แค่รายงานผล ลิเวอร์พูล ไปวันๆอยู่แล้วจากการโดนแอนตี้มาก่อนหน้านี้ แต่ที่สำคัญมีข่าวล่าสุดเมื่อวานนี้ครับว่า

หลังบอยคอตเมื่อสัปดาห์ก่อน ในตอนนี้ “หงส์แดง” ได้กำลังรณรงค์และเข้าประชุมกับกลุ่มแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน อย่างลับๆเพื่อหารือแนวทางที่จะกำราบ The Sun เพิ่มอีก

พูดง่ายๆก็คือ ลิเวอร์พูล กำลังจะจับมือกับ เอฟเวอร์ตัน เพื่อตัดขาดนสพ. The Sun ออกจากเมืองรวมถึงการทำข่าวในสนามกระทั่งแค่ขอทำผลการแข่งขัน

กับ ลิเวอร์พูล โอเค สำนักข่าวพระอาทิตย์อาจยักษ์ไหล่ แต่หากทีม “ทอฟฟี่” เอาด้วยอีกทีมเชื่อได้เลยว่าแท็บลอยด์จอมแฉคงต้องมีหนาวๆร้อนๆ

เรื่องราวนี้ก็ไม่ต่างกับ “บทเรียนชีวิต” สอนใจชีวิตครับ

ก็คงจริงที่นักข่าวรุ่นใหม่ของ The Sun ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับตำนานฉาวก่อนหน้านี้ แต่ทว่า ลิเวอร์พูล นั้นไร้ทางเลือกนอกจากต้องลงโทษ “ตัดคอประหาร” เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เพราะ “จรรยาบรรณ” นั้นคือเรื่องสำคัญ การใส่ไฟเพียงเพื่อให้เรื่องราวนั้นดูสนุกอาจทำให้ชีวิต และ ยอดขายของคุณเจริญขึ้น

แต่สำหรับใครบางคนแล้ว ในเรื่องราวอันน่าสนุกสนานของคุณที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหกมดเท็จ คุณอาจทำให้พวกเขา “ตายทั้งเป็น”

“The Sun of B**ch” ชื่อนี้จะเต็มไปด้วยคำสาปแช่งที่ “เดอะ ค็อป” แอนตี้ตลอดกาล