ที่นี่บ้านผม! ”เจอร์ราร์ด” คัมแบ็กช่วยทีมตำนานหงส์ ดวล เรอัลมาดริด เกมการกุศล

Former Liverpool football star Steven Gerrard applauds the fans after playing for Liverpool Legends against Australian Legends in an exhibition football game at the ANZ Stadium in Sydney on January 7, 2016. AFP PHOTO / Peter PARKS    IMAGE STRICTLY FOR EDITORIAL USE - STRICTLY NO COMMERCIAL USE / AFP / PETER PARKS        (Photo credit should read PETER PARKS/AFP/Getty Images)

 

“สตีวี่จี” สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมลิเวอร์พูล เตรียมรีเทิร์นลงสนามในถิ่น แอนฟิลด์ อีกครั้ง ในเกมการฟาดแข้งระหว่าง ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล ดวลกับ ตำนานนักเตะเรอัล มาดริด ในวันเสาร์ที่ 25 มี.ค.นี้

โดยเจอร์ราร์ด ที่ไม่ได้เล่นให้กับลิเวอร์พูล นับตั้งแต่อำลาสโมสรเมื่อปี 2015 หลังจากที่ค้าแข้งกับทีมตั้งแต่อายุ 17 ปี มากถึง 710 นัด พร้อมพาทีมสร้างความยิ่งใหญ่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2005 นั้นเตรียมจะกลับมาลงสนามในสีเสื้อของทีม “หงส์แดง” อีกครั้ง ในช่วงกลางเดือนหน้า

“เวลานี้ผมกำลังมองไปข้างหน้าสำหรับเกม LFC Foundation legends charity match ที่สนาม แอนฟิลด์ สถานที่อันพิเศษในหัวใจที่เป็นเหมือนบ้านของผม”

“มันเป็นเกียรติยศสำหรับผมอย่างแท้จริงที่จะได้เล่นร่วมกับตำนานคนอื่นๆ เพื่อระดมเงินช่วยการกุศลอย่างเป็นทางการของสโมสร” สตีวี่จี กล่าว

สำหรับเกมนี้ เจอร์ราร์ด จะได้ลงเล่นเคียงข้างตำนานหงส์แดง ไม่ว่าจะเป็น เอียน รัช, ร็อบบี ฟาวเลอร์, แกรี แม็คอัลลิสเตอร์, หลุยส์ การ์เซีย, แดเนียล แอ็กเกอร์, แพทริก แบร์เกอร์, เจอร์ซีย์ ดูเด็ค, สเตฟาน อองโชซ์, เจสัน แม็คเคเทียร์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เดวิด ธอมป์สัน, ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์, จอห์น อัลดริดจ์, ยอห์น อาร์เน รีเซ่, ฟิล บ๊าบบ์ และเจมี คาร์ราเกอร์ ซึ่งราคาตั๋วเข้าชมจะมีราคา 20 ปอนด์เท่านั้น

“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล

"บุรีรัมย์" บรรลุสัญญายืมตัว "ภานุพงศ์ พลซา" จากฉลามชล

 

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017 เกมที่ 2 ด้วยการออกไปเยือน ราชนาวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.00 น.

ประวัติ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา
ตำแหน่ง : ปีกขวา
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มิถุนายน 2537
เกิดที่ : จ.เลย
ส่วนสูง : 166 ซม.   น้ำหนัก : 62 กก.

ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ  พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี “ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล”

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี "ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล"

 

ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2017  เปิดฉากประเดิมนัดแรกเป็นที่เรียบร้อย แม้ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี จะพ่ายแพ้ในเกมแรก ขอให้แฟนบอลนั้นใจเย็นซักนิด อีกไม่นานเมื่อการปรับจูนทีมสมบูรณ์ 100 %  เราจะกลับมาไล่ล่าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฟุตบอลไทย

วันนี้ทีมข่าวค้างคาวไฟ ได้เปิดคอลัมป์ใหม่ เพื่อให้แฟนบอล นั้นติดตามความเคลื่อนไหวของทีมผู้บริหารและนักเตะ เรื่องแรกที่จะนำมาเสนอคือการเปิดใจของ    บิ๊กบอส “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี   คนที่ทำทุกอย่างให้ทีมประผลความสำเร็จ  เพราะเมื่อย้อนกลับไป 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าแทบไม่มีใครรู้จัก สุโขทัย เอฟซี  อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลย ชายคนนี้ได้ทำให้คนในเอเชีย รู้แล้ว ว่า ค้างคาวไฟ แห่งสุโขทัย มีดีอย่างไร

ผลักดันทีมบ้านๆระดับภูธร จนได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงถ้วยใหญ่ระดับเอเชีย หวังทำผลงานไทยลีกดีกว่าปีก่อน
บิ๊กบอส ค้างคาวไฟ บอกว่า ทีมสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมเล็กๆ ลงทุนโดยเม็ดเงินจำนวนไม่สูงนัก ต้องมองถึงอนาคตข้างหน้า หากใช้เงินมากไป ในระยะยาวอาจมีปัญหาได้ เพราะการจะหาผู้สนับสนุนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับทีมใหญ่ ที่ทำมาก่อนหน้า  ส่วนสุโขทัย เอฟซี ถือว่า เริ่มช้ากว่าทีมอื่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็ง หากเราสามารถยืนหยัดอยู่ในไทยลีกได้ต่อไปยาวๆ ผู้ให้การสนับสนุนจะมีมาก เพราะเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่มีคุณภาพ

ปีนี้เรามีงบประมาณ 70 ล้านบาท  เพื่อไปหานักเตะฝีเท้าที่ดีขึ้นแต่การเสริมทีม  แต่ต้องดูทีมอื่นด้วยว่า เขามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน หากทีมอื่นเขาพร้อมมากกว่า เขาทุ่มมากกว่า ทีมของเราที่ดีขึ้นเล็กน้อย อาจไม่เป็นผล เป้าหมายของเราในปีนี้ก็มีความหวังลึกๆ ว่า ผลงานจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เราคิดว่าน่าจะพยายามหาวิธีช่วยให้โค้ชทำงานได้ง่ายขึ้นและคงไม่ไปวู่วาม เช่น ทีมแพ้ผลงานไม่ดีแล้วต้องปลดโค้ช เพราะเรารู้ว่าการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เวลา แต่ขอให้เขาเริ่มต้นไปตามแนวทางและนโยบายของเรา ต้องทำบอลให้มีรูปทรงเป็นตัวของเราเอง

ยกพระราชดำรัส ร.9 อยู่แบบพอเพียง
การทำทีมเวลานี้จะพยามเน้นเรื่องทักษะของนักเตะ ทั้งการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล เกมฟุตบอลสมัยใหม่ต้องใช้ความเร็ว เราจึงพยายามหานักเตะที่มีความเร็วและทักษะดีมาเสริม รวมทั้งพยายามปั้นนักเตะดาวรุ่งและดันเด็กขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้ได้ หากเราไม่ให้โอกาสก็ต้องใช้เงินซื้อนักเตะ เราจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนเราได้อย่างไร

ที่สำคัญเราได้น้อมนำตามพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 คือ ความพอเพียง หมายถึงการประมาณตน ใช้เหตุผล และองค์ความรู้ต่างๆ แต่ถึงวันหนึ่งที่เรามีความพร้อมมากขึ้น ผู้สนับสนุนมากขึ้น เชื่อว่าต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะทุนน้อยเราก็อยู่ได้ หากทุนมากเราก็ต้องดีขึ้น เพราะเราจะได้นักเตะเกรดเอมาเสริมทีมบ้าง เรามีประสบการณ์มาแล้วในไทยลีกปีแรก เรารู้แนวทางของทีมว่าจะเดินไปแบบไหน

เล่นรัดกุมตามแผน ใช้สมองมากกว่าใช้แรง
ทีมของเรานั้นยังไม่อยู่ตัว ไม่เหมือนกับ เอสซีจี เมือง
ทอง ยูไนเต็ด หรือ บุรีรัมย์  ยูไนเต็ด เพราะทีมเขาคงที่แล้ว อันดับท็อป 5 ยังไงเขาก็ต้องได้ เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปถือว่าชัดเจน ของเราต้องใช้สติปัญญาและมันสมองมากๆ กว่าจะได้ขึ้นมาถึงจุดนี้ หากมีเงินมากก็ดีกว่ามีเงินน้อยอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่มีก็ใช้น้อยหน่อย การเสริมทีมในปีนี้ เราเน้นที่ความสมดุลของทีม  ตัวจริงกับตัวสำรองฝีเท้าต้องไม่ต่างกัน ต้องทดแทนกันได้ เผื่อใครบาดเจ็บ หรือต้องการความสดลงไปบดคู่ต่อสู้

ส่วนแนวการเล่นของทีมในปีนี้ จะเน้นที่แท็กติก การเล่นตามแผนอย่างรัดกุม เน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง สต๊าฟโค้ชของทีมสุโขทัย ทั้งผู้ช่วย และเทรนเนอร์ เราแทบไม่เปลี่ยนเลย อยู่ด้วยกันมา 3 ปี เพื่อให้เขาเข้าใจปรัชญาการทำทีมของเรา ส่วนโค้ชก็ปรับเปลี่ยนไปตามแนวทาง ปีที่แล้ว เราต้องหาโค้ชที่มีประสบการณ์เล่นไทยลีก ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากผมให้นโยบายผิดก็อาจจะตกชั้น ดังนั้นผมถึงบอกว่าอย่าไปโทษใคร อย่าโทษโค้ช อย่าโทษสต๊าฟ ต้องโทษผู้บริหารทีมที่เราเลือกจะใช้ของแบบนี้ ดังนั้นเราต้องมีไอเดียของเราว่า เราต้องให้เขาเดินในเส้นทางไหน เขาถึงจะอยู่ได้

หวังอัพเกรดสนามเทียบเท่าต่างประเทศ
ประธานสโมสร ยังเล่าถึงแผนงานใหม่ คือการขยายสนามในส่วนของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ที่ไม่มีหลังคา หากเป็นไปได้จะทำหลังคาและห้องวีไอพี 10 ห้อง รูปแบบเหมือนสนามฟุตบอลต่างประเทศ สนามทะเลหลวงตอนนี้จุได้ประมาณ 8,000 ที่นั่ง แต่จะเพิ่มให้จุแฟนบอลได้ 10,000 ที่นั่ง แต่เราก็ดูก่อนว่าจะแออัดหรือไม่ แต่หากทำได้เราจะทำฟังก์ชั่นให้ครบ ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แบ่งเป็นโซนวีไอพี ที่นั่งสื่อมวลชน   สนามทะเลหลวงของเราตอนนี้ได้ ผ่านการรับรองและยกให้เป็นระดับเอคลาส สเตเดี้ยมแล้ว  สนามของเราไม่มีลู่วิ่ง ทำให้แฟนบอลสามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้อย่างดี ดูบอลที่ไหนก็ไม่สะดวก หรือสนุกเท่าสุโขทัย เพราะสนามเราให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาเพราะอยู่ติดขอบสนามเลย

อ้อนแฟนคลับจูงลูกจูงหลานมาให้กำลังใจ
สโมสรสุโขทัย เอฟซี  จะมีวันนี้ไม่ถ้าเราไม่มีแฟนบอลที่คอยติดตาม ทั้งในจังหวัด  รวมถึง แฟนบอลพลัดถิ่น   ขณะนี้เรามีผู้ชมที่ยืนพื้นฐานอยู่ 5,000 คน ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม หากจูงลูกจูงหลานมาอีก 1 คน  คนดูในสนามจะเป็นหมื่นคน ในฐานะผู้บริหารจะเร่งเสริมสนามให้  เมื่อแฟนคลับเข้าดูเกมเต็มสนาม สปอนเซอร์จะมาอีกเยอะจังหวัดเราคนน้อย มักจะเสียเปรียบจังหวัดใหญ่ แต่เราก็ต้องใช้ความเป็นจุดอ่อนของเรานั้นมาสร้างเป็นจุดแข็ง คือ ร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างไปด้วยกัน  ช่วยกันภาพลักษณ์ทีมบอลสุโขทัยคือ ชวนเพื่อน ชวนพี่ ชวนน้อง ชวนแฟน มาดูอีกคนหนึ่ง 1ต่อ1 แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ต้องการอะไรมาก

“ผู้บริหารมีประสบการณ์มากขึ้น ดังนั้น เราจะทำให้มันดีขึ้น แต่จะได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับทีมคู่แข่งของเราด้วย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด สุดความสามารถกับเม็ดเงินที่เราใช้อยู่ เราถือว่าไม่น้อย 70 ล้านบาท ปีหน้าค่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาท จะดีขึ้นไปอีก ขอให้แฟนบอลทุกคนยังศรัทธาทีมแบบนี้ คนแบบผมก็พร้อมที่ตอบแทนแฟนบอลเช่นกัน” สมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ทบต้นทบดอก! “ราชันชุดขาว” รัวแซงดับ “นาโปลี” 3-1 เฮนัดแรก

ทบต้นทบดอก! "ราชันชุดขาว" รัวแซงดับ "นาโปลี" 3-1 เฮนัดแรก

 

เปิดเกมมาเพียง 8 นาที มาเร็ค ฮัมซิค จ่ายบอลจากกลางสนามให้ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ที่เห็นว่า เกย์เลอร์ นาวาส ทออกมานอกเส้นมากเกินไป จึงตัดสินใจปั่นโค้งด้วยขวาจากระยะ 20 หลาเสียบเสาเข้าไป นาโปลี นำ 1-0

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 19 ดาเนียล การ์บาฆาล เปิดบอลจากหน้าเขตโทษติดไซด์ก้อยไปเข้าหัว คาริม เบนเซม่า โหม่งตุงตาข่าย เรอัล มาดริด ตีเสมอทันควัน 1-1

นาทีที่ 32 นาโปลีดันเกมขึ้นมาบ้าง เมอร์เท่นส์ เปิดจากทางด้านซ้ายเข้าในให้กับ มาเร็ค ฮัมซิค ยิงด้วยซ้ายจากทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลหลุดเสาแรกไป

นาทีที่ 42 เจ้าถิ่นพลาดได้ประตูจากจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผ่านบอลไปในเขตโทษให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเข้าไปซัดสวนตัว โฆเซ่ เรน่า แต่บอลไปชนโคนเสาออกหลังไป หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดเรียดไปหน้าเขตโทษ โทนี่ โครส วิ่งเข้าแปด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด เรอัล มาดริด แซงนำ 2-1

เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 54 เจ้าถิ่นมาได้ประตูหนีห่าง คาเซมิโร่ วิ่งเข้าซัดด้วยขวาบอลพุ่งหนีมือ โฆเซ่ เรน่า เสียบเสาเข้าไปสุดสวย เรอัล มาดริด นำ 3-1

จบเกม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ นาโปลี 3-1 กุมความได้เปรียบก่อนเตะเลกสองโปรแกรมบอลที่ ซาน เปาโล วันที่ 7 มี.ค.

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์เลอร์ นาวาส – ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), มาร์เซโล่ วิเอยร่า – ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดรีเกซ, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้
นาโปลี (4-3-3) : โฆเซ่ เรน่า – เอลซาอิด ฮีซาย, ราอูล อัลบิโอล, กาลิดู กูลิบาลี่, ฟาอูชี่ กูล็อม – พิโอเตอร์ ซีลินสกี้, อมาดู ดิยาวาร่า, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม) – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่
ผู้ตัดสิน : ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

แฟนผีว่าไง?! “แรชฟอร์ด” ส่อไม่ต่อสัญญาเหตุเพราะ “ซลาตัน”

แฟนผีว่าไง?! "แรชฟอร์ด" ส่อไม่ต่อสัญญาเหตุเพราะ "ซลาตัน"

 

มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าวัยว้าวุ่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกเป็นข่าวว่าน้อยใจหนัก ถึงขั้นอาจจะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมอีกต่อไปก็ได้

ดาวยิงทีมชาติอังกฤษไม่ค่อยได้รับโอกาสจากโชเซ่ มูรินโญ่ลงสนามให้กับปีศาจแดงในฤดูกาลนี้มากนัก หลังการเข้ามาของซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ก้าวขึ้นมายึดตัวจริงอย่างถาวร

สื่อดังเมืองผู้ดีอย่าง เดอะ ไทม์ส เปิดเผยว่า แรชฟอร์ดจะตัดสินอนาคตของตัวเองภายหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เนื่องจากเขากังวลว่าเขาอาจจะไม่ได้รับโอกาสอันใดเลยจากมูรินโญ่

โดยหัวหอกวัย 19 ปีนั้นเชื่อว่า เขาไม่ต้องการย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่เขาจะตัดสินใจย้ายจริงๆ หากหลังจบซีซั่นนี้เขาไม่ได้ลงเล่นมากเท่าที่ควร

“วันวินาศกรรมยานแม่”

"วันวินาศกรรมยานแม่"

 

นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตัดสินใจปลด โลร็องต์ บล็องก์ ผู้ที่อุตส่าห์พาทีมคว้าเทรบเบิลแชมป์ในประเทศ 2 ปีซ้อน ออกจากตำแหน่ง

แล้วนำ อูไน เอเมรี่ โค้ชผู้เคยพาเซบีญ่า ซิวแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 3 ปีซ้อน มาร่วมงานในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งส์ โดยให้เหตุผล (ที่น่าฟัง) ว่า “ผมต้องการเห็นเปแอสเชคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก”

ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าสาวก “ปารีเซียงส์” ว่า จะไหวมั้ย เพราะออกสตาร์ตฤดูกาลกระท่อนกระแท่นเหลือเกิน แถมบอลยุโรป ดันเข้ารอบในฐานะอันดับสองของกลุ่ม

แล้วต้องจับสลากมาพบกับ บาร์เซโลน่า ทีมที่เอเมรี่มีสถิติการคุมทีมดวลกัน น่าถอนใจยิ่งนัก 23 นัด กับ 3 สโมสรที่ทำงาน ชนะแค่ “นัดเดียว” และแพ้ถึง 16 เกม!

โจทย์ของเอเมรี่ ในการดวลกับ “อาซูลกราน่า” เมื่อคืนวันอังคาร คือ ชนะแบบไม่เสียประตู และต้องไม่ให้ 3 ประสาน MSN ของบาร์ซ่า ทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก

ถึงแม้ว่า ยักษ์ใหญ่แห่งปารีส จะมีปัญหาในแนวรับ เนื่องจากติอาโก้ ซิลวา บาดเจ็บ, ติอาโก้ ม็อตต้า ติดโทษแบน แถมต้องส่งเพรสนัล คิมเปมเบ้ ดาวรุ่งฝรั่งเศสวัยแค่ 21 ลงตัวจริงนัดแรก ก็เจอกับเกมใหญ่เลยทีเดียว

แต่ไอ้การแพ้บ่อยๆ จนเคยชินนี่แหละ มันเป็นวัคซีนคุ้มกันอย่างดี เพราะยิ่งต้องพยายามค้นหาวิธีที่จะปราบทีมที่มาจากเอเลี่ยน ที่ว่ากันว่าเทพที่สุดในโลกให้จงได้

ภาพรวมของเกมนี้ เทรนเนอร์ฝั่งเจ้าบ้าน จัดการเล่นเพรสซิ่ง กดดันนักเตะต่างดาวจนโงหัวไม่ขึ้น ตั้งเกมของตัวเองไม่ได้เลย และสัญญาณอันตรายก็คือ แผงกองกลางของเปแอสเช ข่มแผงกองกลางทีมเยือนอย่างชัดเจน..

ทีมของเอเมรี่ มีแผงกองกลางตัวพลิ้วๆ อย่างอังเคล ดิ มาเรีย, ลูคัส มูร่า, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ รวมทั้งตัวใหม่ถอดด้ามอย่างจูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์

แดนกลางเหล่านี้ ช่วยกันหยุดยั้ง ไม่ให้แผงมิดฟิลด์บาร์ซ่า ส่งบอลไปให้ ลิโอเนล เมสซี่ ที่อดีตโค้ชเซบีญ่า ทราบดีว่า เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของทีม

และหลังจากที่ ดิ มาเรีย ยิงฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ รูปเกมก็เปลี่ยนไป นักเตะเจ้าบ้านในชุดสีกรมท่า ลงไปในแดนตัวเองทั้งทีม เล่นตั้งรับและรอสวนกลับ

ผู้เล่นบาร์ซ่า ต้องแก้ปัญหาด้วยการครองบอล เพื่อหาช่องเข้าเจาะ แต่ก็ทำได้ไม่ดีมากนัก เนย์มาร์ คือแนวรุกที่เล่นดีที่สุดของบาร์ซ่า ในเกมนี้

ขณะที่เมสซี่ และ “หม่อมเหยิน” หลุยส์ ซัวเรซ โดนลักพาตัวหายไปจากเกมทั้งคู่ ไม่มีส่วนร่วมกับเกมบุกมากนัก นี่คือหมากที่เทรนเนอร์ปารีส เดิมพันแล้วได้ผลจริงๆ

และเมื่อแผงกองกลางบาร์ซ่า ถูกโจมตี บีบจนอยู่หมัด บวกกับแนวรับที่มีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว เท่านั้นแหละ เปแอสเช เล่นสบายๆ เลยครับท่าน

หลุยส์ เอ็นริเก้ ก็แก้เกมได้ช้าเหลือเกิน อันเดรีย โกเมส เล่นห่วยบรม ต้องเปลี่ยนราฟินญ่าลงมาแทน ส่วนอันเดรียส อิเนียสต้า เล่นได้ครึ่งๆ กลางๆ ถูกเปลี่ยนตัวออกเช่นกัน

และจากรูปเกมที่เหนือกว่าของปารีส ประตูที่ 2, 3 และ 4 ก็ถือเป็นโบนัสจากความพยายามของพวกเขา จบเกม ยอดทีมจากนอกโลกอย่างบาร์ซ่า โดนถล่มจนพังพินาศอย่างไม่น่าเชื่อ

ถึงแม้จะเหลือเกมให้แก้ตัวอีก 1 นัด แต่แฟนๆบาร์ซ่า ไม่ต้องมาคิดแบบโลกสวยนะครับว่า ยังมีลุ้นเข้ารอบ เพราะการต่อให้ก่อนถึง 4 ลูก แถมไร้อะเวย์โกลติดมือ ไม่ต่างอะไรกับ “ตามควาย” ชัดๆ

แต่สำหรับอูไน เอเมรี่ และแฟนบอลปารีเซียงส์ทั่วหล้า ต่างก็เก็บบันทึกแมตช์นี้ ไปอยู่ในความทรงจำที่ดีตลอดกาลอย่างแน่นอน…

คมทั้งหน้าตาและฝีเท้า! “ลูซี่ เชพเฟิร์ด” แข้งสาววัยละอ่อนแดนผู้ดี (อัลบั้ม)

คมทั้งหน้าตาและฝีเท้า! "ลูซี่ เชพเฟิร์ด" แข้งสาววัยละอ่อนแดนผู้ดี (อัลบั้ม)

 

พาไปรู้จักกับ “ลูซี่ เชพเฟิร์ด” แข้งสาวสวยดาวรุ่งวัย 18 ปีของทีมฟุตบอลหญิงแอสตัน วิลล่า ที่เพิ่งถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในซีซั่นนี้

โดย ลูซี่ เล่นในตำแหน่งกองหน้า แต่บางครั้งก็ขยับออกมาเล่นเป็นปีกทั้งสองฝั่งได้ด้วยเช่นกัน มีจุดเด่นที่ความเร็วและการยิงประตูที่เฉียบคมไม่แพ้หน้าตา

สำหรับ ลูซี่ เชพเฟิร์ด กำลังได้รับการจับตามองอย่างมากในวงการลูกหนังขาอ่อนแดนผู้ดี และตอนนี้ก็ติดทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 19 ไปเรียบร้อย

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ถ้วยของ “เกมรับ”

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ถ้วยของ "เกมรับ"

 

เละเป็นโจ๊กทั้งยานต่างดาว “บาร์เซโลน่า” และขุนพลปืนใหญ่ “อาร์เซน่อล” หลังจากพ่ายแพ้แบบหมดทุกกระบวนท่าในฟุตบอล “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่าน โดยลูกทีมของ “เอ็นริเก้” ถูกเศรษฐีเมืองน้ำหอม “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” ถล่มแบบกลับบ้านไม่ถูก 0-4 และ ลูกทีมของ “เจ๊เวง” ตายเละคาถ้ำเสือ 1-5

ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆสำหรับทั้งสองทีมในความพ่ายแพ้ที่มากมายแบบนี้ ทั้งๆที่ขุมกำลังตัวผู้เล่นแต่ละคู่ที่เจอกัน ถ้าวัดกันจริงๆ ไม่ต่างกัน รวมทั้ง “ความสามารถเฉพาะตัว” ด้วย แน่นอนเรื่องนี้คงจะโทษใครไปไม่ได้นอกจาก “กุนซือ” หรือ “โค้ช” ที่คุมทีมอยู่ข้างสนามนี้แหละ ที่อย่างน้อยๆก็รับผิดไปเกิน 60-70 เปอร์เซนต์ ที่เหลืออาจจะมองถึงปัจจัยอื่นอย่าง “ความฟิตของนักเตะ” “ความมั่นใจ” และ อื่นๆ

เริ่มจากคู่วันอังคารก่อน “บาร์เซโลน่า” ของ “หลุยส์ เอ็นริเก้” ที่ปีหน้าเชื่อว่าไม่ได้อยู่ทำทีมต่อแน่นอน ก่อนลงสนามยังดูเป็นต่อ “ปารีส” นิดๆ ในยุคที่เจ้าบ้านไม่มี “ซลาตัน อิบราฮิโมวิช” แต่ต้องอย่าลืมว่ากุนซือของเจ้าถิ่นคือ “อูไน เอเมรี่” ซึ่งเป็นคนสเปน (จริงๆคือ “ชาวบาร์ก” นี้แหละ) ที่รู้ตับ รู้ไต รู้ไส้ รู้พุง ยานต่างดาวเป็นอย่างดี แถมเจ้าตัวเป็นกุนซือที่ทำการบ้านเกี่ยวกับฟุตบอลเยอะมาก เพื่อนที่นี้เล่าให้ฟัง

“เอเมรี่” ใช้เกม “เพรสซิ่ง” บีบกดดันไม่ให้นักเตะบาร์ซ่าเล่น ยิ่งเวลาผ่านครึ่งสนามเข้าใกล้เขตประตูในแดนของปารีส แทบจะถูกรุมกินโต๊ะมากเท่านั้น แก็งค์ MSN “เมสซี่” “เนย์มาร์” และ “ซัวเรซ” ไม่มีโอกาสที่จะได้ประสานงานกันเลยเพราะถูกปิดหมด อาจจะมี “เนย์มาร์” ที่ได้ขยับบ้าง แต่ต้องอย่าลืมว่าฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีมจึงมีสภาพอย่างที่เห็น

อีกจุดนึงที่ขอตั้งข้อสังเกตไว้จากการไปดู “บาร์ซ่า” มาแล้วหลายนัดในฤดูกาลนี้ รวมทั้งถึงขอบสนาม “คัมป์ นู” คือเรื่อง “ความฟิต ความสด” นักเตะบาร์ซ่าในฤดูกาลนี้ “ไม่ดีเลย” ไม่ต้องเทียบกับ “ปารีส” ลองไปดูหลายๆนัดย้อนหลังในลา ลีกา อาจจะชนะคู่แข่งทีมเล็กมาได้ แต่ก็มาจากความสามารถเฉพาะตัวที่เหนือกว่า

ไม่นับเกมรับของ “บาร์ซ่า” ที่ยุคของ “เอ็นริเก้” ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้วว่า “รั่ว” กระประสานงานกันระหว่างมิดฟิลด์กับแผงกองหลังในการเล่นเกมรับเหมือนเพิ่งเล่นบอลด้วยกันไม่นาน และยังมีเรื่องของ “ความเชื่องช้า” อีก ทำให้เวลาเจอพวกแนวรุกของ “ปารีส” ที่ “เอเมรี่” ส่งพวกตัวเร็วๆคล่องๆลงมาอย่าง “ดิ มาเรีย” (ยิง 2 ลูกฉลองวันเกิด) “ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์” (ยิง 1 ลูก) หรือ “ลูคัส มูร่า” ในครึ่งหลัง ก็จบศพไม่สวยแบบนี้แหละ

มากันที่ “อัลลิอันซ์ อารีน่า” ขุนพลปืนใหญ่ในยุคของ “อาร์แซน เวงเกอร์” ที่เรารู้จักเป็นแบบไหน ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เล่นฟุตบอลหน้าเดียว ซึ่งอาจจะตบเด็กสบายในการเจอทีมเล็ก แต่นี่คือเสือใต้ “บาเยิร์น มิวนิค” ที่มี “คาร์โล อันเชล็อตติ” เป็นโค้ช ซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องแท็กติค ความเหนียวตามสไตล์โค้ชอิตาลี ภาพรวมของเกมคือ “อาร์เซน่อล” เกมรับรั่ว!!!

โดยเฉพาะยิ่งเสีย “โลร็องต์ กอสเซียลนี่” ช่วงต้นครึ่งหลังจากอาการบาดเจ็บ คือสาเหตุถูกยิง 3 ลูกภายใน 10 นาที เพราะเป็นเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด “กาเบรียล เปาลิสต้า” ที่ลงมาแทนยังประสานงานกับแนวรับคนอื่นไม่ลงตัว ด้วยเหตุผลที่ว่า “พึ่งลงมา” ทั้งตัวเองและเพื่อนยังงงๆจังหวะกันอยู่ พอมาเจอแนวรุกเขี้ยวๆอย่างพี่เสือไม่ว่า “เลวานดอฟสกี้” “ร็อบเบน”  “ติอาโก้ อัลคันทาร่า” ก็เลยตายสนิทแบบนี้

นี่คือเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มจะทำให้ทีมตกรอบฟุตบอลรายการนี้อีกครั้ง เป็นสมัยที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว 555 “สูงมาก” เพราะเกมรับไปพลาดเสียสมาธิในช่วง 10 นาทีที่เปลี่ยนตัว แต่จริงๆถ้าดูตลอดทั้งเกมแนวรับของทีมก็เปิดช่องให้นักเตะพี่เสือมีโอกาสตลอด อย่างลูกแรกเปิดพื้นที่ให้ร็อบเบนยิงใส่หน้ากรอบเขตโทษ หรือลูกสุดท้ายที่ “คาลั่ม แชมเบอร์ส” ไปเล่นหน้ากรอบเขตโทษตัวเองจนเสียบอลไปสู่การเสียประตู

ท้ายที่สุด ฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบนี้ (16 ทีมสุดท้าย) อาจจะมีอีกนัดให้แก้ไข ซึ่งโอกาสเข้ารอบของ “บาร์ซ่า” กับ “อาร์เซน่อล” ยังมีในทางทฤษฎี แต่สารภาพว่าคิดไม่ออกเลยว่าทั้งสองทีมจะใช้อีก 90 นาทีที่เหลือเพื่อเข้ารอบยังไง

เพราะ “เกมรับ” ตัวเองยังไม่ดีแล้วต้องเจอคู่แข่งที่เกมรับเหนียวๆอีกครับ

มั่นใจมาก!? “เมอร์สัน” เชื่อไม่มีทีมไหนกล้าทุ่มค่าเหนื่อยให้ “โอซิล” แน่นอน

ArsenalÕs German midfielder Mesut Oezil reacts during the UEFA Champions League round of sixteen football match between FC Bayern Munich and Arsenal in Munich, southern Germany, on February 15, 2017.  / AFP / Christof STACHE        (Photo credit should read CHRISTOF STACHE/AFP/Getty Images)

 

อเล็กซิส ซานเชซ เริ่มมีข่าวที่จะย้ายออกจาก เอมิเรตส์ สเตเดียม ออกไปอีกครั้งนึงแล้ว แต่ทาง พอล เมอร์สัน นั้นสงสัยว่าในรายของ เมซุต โอซิล จะมีสโมสรไหนที่จะยอมจ่ายเงินค่าเหนื่อยก้อนโตให้ หลังจากทำผลงานไม่น่าประทับใจซักเท่าไหร่

นักเตะทีมชาติเยอรมัน ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกูรูชื่อดังต่างๆ รวมถึงแฟนบอลปืนใหญ่ ด้วยเช่นกันถึงฟอร์มการเล่นในเกมที่ผ่านๆมา และ เมอร์สัน นั้นเชื่อว่าไม่น่าจะมีทีมไหนอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีมตอนนี้

โอซิล ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ ในปี 2013 ถูกมองว่าเป็นนักเตะขี้เกียจวิ่งคนนึง และหลายครั้งก็ส่งผลกระทบถึงการเสียประตูด้วยเหมือนกันเช่นในเกมที่ผ่านมากับ บาเยิร์น มิวนิค ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตำนานนักเตะ อาร์เซนอล อ้างว่าจะไม่มีสโมสรไหนยินดีจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับมิดฟิลด์ปืนใหญ่รายนี้เพื่อทำสิ่งที่ผิดพลาดแบบเดียวกันเป็นประจำกับสโมสรแห่งลอนดอนเหนืออย่างแน่นอน

“ซานเชซ กำลังจะย้ายออกไปแล้ว เขาต้องการออกไปเพื่อคว้าแชมป์ ถ้าเขาไม่ต่อสัญญาออกไปจะพลาดการได้ค่าเหนื่อยเพิ่มอีก 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว เขาจะไม่อยู่แน่นอน ไม่มีทาง” เมอร์สัน กล่าวกับ เดลีย์ สตาร์

“ใครจะรู้เกี่ยวกับ โอซิล ล่ะ? ผมไม่สามารถรู้ได้ว่าสโมสรไหนที่เตรียมมอบเงินค่าเหนื่อยสำหรับบางคนที่ไม่ได้แสดงฟอร์มการเล่นที่ดีอะไรเลย”

โอซิล และ ซานเชซ ทั้งคู่ได้บอกปัดการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ อาร์เซนอล ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยสัญญาปัจจุบันระบุว่าพวกเขาจะอยู่กับสโมสรถึงแค่จนจบฤดูกาลหน้าเท่านั้น

ลุ้นระทึกบิ๊กดีล! “เมืองทอง” เตรียมสอย “ชัปปุยส์” ร่วมทัพก่อนตลาดปิดพุธนี้

ลุ้นระทึกบิ๊กดีล! "เมืองทอง" เตรียมสอย "ชัปปุยส์" ร่วมทัพก่อนตลาดปิดพุธนี้

 

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เร่งเจรจา ดึงตัว “ชาริล ชัปปุยส์” กองกลางทีมชาติไทย มาลงเล่นแทน “สารัช อยู่เย็น” ที่บาดเจ็บพักยาว 6 เดือน

มีรายงานออกมาว่า ตอนนี้ผู้บริหารเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังพูดคุยเพื่อขอซื้อ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทยของสุพรรณบุรี เอฟซี มาลงเล่นแทน สารัช อยู่เย็น ที่บาดเจ็บพักยาว 6 เดือน

โดยการเจรจราต้องเร่งให้จบก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลงในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งตอนนี้การเจรจาสำเร็จไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือรอรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น

การย้ายทีมของ ชาริล ชัปปุยส์ ครั้งนี้ คาดว่าเค้าจะได้รับค่าเหนื่อยเกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือน ในการมาร่วมทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้ค่าตัวของ ชัปปุยส์ ยังไม่มีการเปิดเผย

อย่างไรก็ตามการซื้อชาริล ชัปปุยส์ มาร่วมทีมมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการแลกตัวนักเตะในทีมพันธมิตร อย่าง เจนรบ สำเภาดี ศูนย์หน้าของโปลิศ เทโร ที่แทบจะไม่มีโอกาสลงสนาม