สุดซึ้ง! แม่สามีดูแลลูกสะใภ้เจ้าหญิงนิทราจนฟื้น นานกว่า 5 ปี

แม่สามีชาวจีนวัย 61 ปี ทุ่มเทดูแลลูกสะใภ้ประสบอุบัติเหตุโดนรถชน นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรานานกว่า 5 ปี เผย “ก่อนเกิดเรื่องเธอเป็นลูกสะใภ้ที่ดี แม้ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ตอนนี้เธอก็เป็นลูกสาวที่ฉันรักมากที่สุดไปแล้ว”

สุดซึ้ง! แม่สามีดูแลลูกสะใภ้เจ้าหญิงนิทราจนฟื้น นานกว่า 5 ปี

สื่อประเทศจีนได้เผยแพร่เรื่องราวชวนซาบซึ้งของหลี่เยี่ยนหวา คุณป้าชาวจีนวัย 61 ปี ที่ทุ่มเทดูแลจางเจวียน ลูกสะใภ้วัย 35 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเป็นเจ้าเจ้าหญิงนิทรามาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ทั้งเช็ดตัว นวดร่างกาย ทำกายภาพบำบัด ใส่ใจทุกอย่างจนผลสุดท้ายเธอก็ฟื้นคืนกลับมามีสติอีกครั้งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พร้อมเอ่ยปากเรียกป้าหลี่ว่า “แม่” เป็นคำแรก ทำเอาเธอถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ

ป้าหลี่เผยว่า หลังลูกชายกับจางเจวียนแต่งงานกันก็มีหลานให้เธอไวทันใจ ซึ่งลูกสะใภ้คนนี้กิริยามารยาทงามและขยันขันแข็งมากจนครอบครัวเธออยู่ดีมีสุข แต่เธอกลับเคราะห์ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนเข้าขณะกำลังไปทำงาน ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง

แม้จะเข้าผ่าตัดถึง 4 ครั้งจนรอดมาได้ แต่เธอก็อยู่ในสภาพผัก นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราตั้งแต่นั้นมา ซึ่งเธอก็อาสาดูแลอยู่ข้างกายตลอด รวมทั้งรับหลานมาดูแลด้วย เนื่องจากลูกชายยุ่งกับการทำงานไม่สามารถดูแลทุกอย่างได้ จนสุดท้ายก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น

หลังจากเรื่อราวของทั้งคู่ถูกเผยแพร่ออกไปก็สร้างความประทับใจให้กับชาวเน็ตจีนเป็นอย่างมาก และแสดงความคิดเห็นชื่นชมสุดยอดแม่สามีคนนี้กันไม่น้อยเช่นเดียวกัน

สังคมสลด! วัยรุ่นเมายาบุกข่มขืนยายวัย 74 ทำร้ายปางตาย

โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กของ DR.K v.3 เป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เมื่อมีวัยรุ่นคนหนึ่งบุกเข้าไปข่มขืนคุณยายวัย 74 ปี พร้อมทำร้ายร่างกายเกือบเสียชีวิต

สังคมสลด! วัยรุ่นเมายาบุกข่มขืนยายวัย 74 ทำร้ายปางตาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 31 มีนาคม 2560 บ้านโนนไฮ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ บุรีรัมย์ เมื่อคุณยาย 74 ปี นอนอยู่บ้านคนเดียวเนื่องจากว่าลูกๆได้ออกไปทำงานกันหมด ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่มีวัยรุ่นคนนึงเมาเหล้าและเมายา ได้บุกเข้าไปข่มขืนคุณยายถึงในบ้าน แต่ทางคุณยายได้ฮึดสู้โจรโรคจิตและบีบไข่โจรอย่างแรงจึงสามารถเอาตัวรอดมาได้

แต่คุณยายวัย 74 ปี ก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย เนื่องจากถูกโจรทำร้ายจนแขนหักมีรอยเขียวช้ำไปทั้งตัว ทั้งนี้โจรโรคจิตก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเด็กวัยรุ่นแถวนั้น และยังเคยมานอนเล่นอยู่ที่เปลหน้าบ้านของคุณยายอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้วัยรุ่นคนดังกล่าวยังเคยเข้าไปบำบัดยาเสพติดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวเอาไว้ได้ พร้อมนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน และบุรุกยามวิการ

หมอยื้อไม่ไหว! หญิงกระโดดจากชั้น 4 หนีไฟไหม้ตึก เสียชีวิตแล้ว

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านอุดมทรัพย์ออโต้พาร์ท จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เลขที่ 24/1-2 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 12 คูหา บริเวณแยกเทคโนถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้า ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 04.30 น. (31 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำ รถกระเช้าดับเพลิงกว่า 20 คัน เร่งฉีดน้ำทำการดับแต่เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากภายในอาคารส่วนใหญ่เก็บน้ำมันเครื่องและพลาสติกซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

หมอยื้อไม่ไหว! หญิงกระโดดจากชั้น 4 หนีไฟไหม้ตึก เสียชีวิตแล้ว

โดยนายประทีป อายุ 40 ปี เจ้าของร้านและภรรยาได้กระโดดหนีตายลงมาจากชั้น 4 ได้รับบาดเจ็บถูกไฟคลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งรพ.ปทุมธานีอย่างเร่งด่วน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการดับเพลิงร่วม 5 ชั่งโมง ขณะนี้เพลิงได้สงบลงแล้ว จากการตรวจสอบภายในไม่พบผู้เสียชีวิต โครงเหล็กที่มีการต่อเติมหน้าร้านทั้ง 3 คูหา ได้พังลงมาทั้งหมดเนื่องจากถูกความร้อนเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระบายควันออกจากอาคารและดับถ่านภายในตัวอาคารให้สนิท เพราะในที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูงและมีลมกระโชกแรงเกรงลมจะพัดทำให้เพลิงลุกขึ้นมาได้ตลอดเวลาหากดับไม่สนิท

นายรัดดา อายุ 64 ปี มารดาเจ้าของร้านสามโคกอะไหล่ยนต์ ที่อยู่ติดกันถูกเพลิงไหม้ลุกลามไปติดจนทำให้ร้านได้รับความเสียหายทั้งหมด เปิดเผยว่า ที่ร้านทั้ง 4 ชั้น เก็บอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์และน้ำมันเครื่องอุปกรณ์ทุกชนิดของรถยนต์ไว้เต็มทุกชั้น เพราะนอกจากเป็นร้านจำหน่ายยังเป็นคล้ายโกดังเก็บเพื่อส่งต่อให้สาขาอื่น ซึ่งเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมดอาจจะมีมูลค่าถึง 60-70 ล้านบาท

ด้านพล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้กันพื้นที่เป็นเขตอันตรายไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านในอาคารเพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1 เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงและรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปทุมธานีว่า โครงสร้างอาคารที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเวลานานได้รับความเสียหายและจะยังใช้การได้หรือไม่ ส่วนด้านการจราจรขณะนี้เปิดเส้นทางตามปกติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. นางภัททิยา อายุ 40 ปี ภรรยาของเจ้าของร้าน ที่กระโดดลงมาจากห้องนอนชั้นที่ 4 ได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งทีมแพทย์รพ.ปทุมธานี ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

แห่ขอโชค 2 ต้นกล้วยประหลาด ปลีออกกลางต้น-คล้ายคนท้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (31 มี.ค.) ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบต้นกล้วยแปลกประหลาด จำนวน 2 ต้น โดยต้นหนึ่งมีเครือออกกลางลำต้น ลักษณะคล้ายกับงวงช้าง อีกต้นหนึ่งใกล้กัน มีลักษณะลำต้นอ้วน และกลมตรงกลาง คล้ายกับคนตั้งท้องแก่

แห่ขอโชค 2 ต้นกล้วยประหลาด ปลีออกกลางต้น-คล้ายคนท้อง

จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 4 บ้านเนินดินแดง ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ พบมีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พากันแต่งขันธ์ 5 พร้อมนำผ้าแพรมามัดไว้ที่โคนต้นกล้วย และจุดธูป บูชา กราบไหว้ หวังหาเลขเด็ด นำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อ

โดยมี ยายนัด ขวัญน้อม อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายวันนี้ ตนเองได้ออกมานั่งเล่นอยู่หลังบ้าน ประกอบกับช่วงนี้พบว่าสภาพอากาศร้อนจัด จึงคิดจะนำน้ำไปรดต้นกล้วยที่ปลูกเอาไว้หลังบ้าน จำนวน 3 ต้น ซึ่งปลูกมานานกว่า 10 เดือนแล้ว เพื่อไม่ให้เหี่ยวเฉา เมื่อเดินไปถึงต้นกล้วย ตนต้องตกใจจนตัวสั่นเพราะต้นกล้วยมีความผิดปกติ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงรีบเดินไปเรียกตาที่นอนเปลอยู่ใกล้ ๆ มาช่วยกันดู ก็

พบว่าต้นกล้วยที่ปลูกไว้ ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่ากล้วยค่อม นั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนกล้วยทั่วไป เนื่องจากกล้วยต้นนี้กลับออกปลีบริเวณกลางลำต้น ซึ่งแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก หนำซ้ำยังมีลักษณะคล้ายงวงช้างอีกด้วย

จึงปรึกษากับตาว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายตัดสินใจบอกให้เพื่อนบ้านได้รับทราบ ปรากฏว่า มีชาวบ้านพากันเดินทางมาดูและถ่ายรูปไม่ขาดสาย พร้อมทั้งเชื่อว่ากล้วยต้นดังกล่าว จะนำโชคลาภมาให้ จึงพากันแต่งขันธ์ 5 บูชาขอโชคลาภตามความเชื่อ

อีกทั้งชาวบ้านที่มาดูกล้วยคล้ายงวงช้างต้นดังกล่าว กลับสังเกตพบว่า ต้นกล้วยที่อยู่ข้างกัน ก็มีความแปลกประหลาด ซึ่งจากการสังเกตพบว่าตรงกลางลำต้น จะมีลักษณะอ้วน และกลม มากกว่าส่วนอื่น มองดูคล้ายคนกำลังตั้งท้องแก่

ชาวบ้านจึงเชื่อว่าอีกไม่นาน คงจะมีปลีกล้วยงอก ออกมาบริเวณกลางลำต้นอีกแน่นอน ส่งผลให้ช่วงนี้ จะมีชาวบ้านทั้งในพื้นที่และข้างเคียง พากันเดินทางนำผ้าแพร ผ้าสามสี มาผูกไว้โคนต้นกล้วย พร้อมทั้งนำแป้งมาลูบ มาทาหาเลขเด็ด ซึ่งก็ถือเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล บางคนเห็นเป็นเลข 261

ยายนัด เจ้าของต้นกล้วย เล่าต่อว่า ตนก็ไม่ได้หวงห้ามอะไร โดยในอนาคตเมื่อผลกล้วยสุกแล้วก็จะไม่ตัดต้นกล้วยทิ้ง ตนจะปล่อยให้ยืนต้นตายไปเอง เพราะหลังจากนั้นจะมีหน่อกล้วยอีกหลายหน่อ งอกขึ้นมาเพื่อเอาไว้ทำพันธุ์ต่อไป

เศร้า! เก๋งเมาแล้วขับทับร่างสาวสวยดีกรีประกวดนางนพมาศลากไปไกลกว่า 2 ก.ม.

เมื่อคืนวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมาเกิดเหตุรถเก๋งโตโยต้าของ นายอุดร อายุ 39 ปี ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ของ “น้องแอมเวย์” อายุ 19 ปี เซลล์สาวขายสมาร์ทโฟนแล้วลากไปไกลกว่า 2 กิโลเมตรจนเสียชีวิต ที่บริเวณถนนสายลำพูน-ป่าซาง ใกล้กับโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จ.ลำพูน

เศร้า! เก๋งเมาแล้วขับทับร่างสาวสวยดีกรีประกวดนางนพมาศลากไปไกลกว่า 2 ก.ม.

ซึ่งจากการสอบสวน นายอุดร คนขับที่อยู่ในอาการมึนเมาสุราได้ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ ต.เหมืองง่า จ.ลำพูน จากนั้นตนเองกำลังจะกลับบ้าน แต่บังเอิญหลงทางมาจนถึงที่เกิดเหตุ และได้เลี้ยวกลับรถกะทันหัน ทำให้รถของน้องแอมเวย์เบรกไม่ทันจึงพุ่งเข้าชนรถของตัวเองอย่างจัง ด้วยความตกใจจึงรีบขับรถเพื่อหลบหนีไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร

จากนั้นมีชาวบ้านได้ขี่รถตามมาและบอกให้หยุดเพราะมีคนติดอยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งตนขอยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา

ด้านญาติของ น้องแอมเวย์ ต่างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งจากการจากใจของน้องแอมเวย์อย่างกะทันหัน ซึ่งน้องแอมเวย์เป็นที่รักของทุกคนและเป็นคนหน้าตาดีกำลังมีอนาคตที่สดใส เคยประกวดเวทีนางนพมาศ และนางงามลำไยมาหลายครั้ง ตำแหน่งล่าสุดได้รางวัลชมเชย

บรรยากาศสุดเศร้า! งานศพอดีตผู้ประกวดนางนพมาศ เหยื่อเก๋งเมาแล้วขับ ลากร่างไปกว่า 1 กม.

ญาติจัดงานศพ น้องเเอมเวย์ อดีตประกวดนางนพมาศลำพูน ที่ถูกหนุ่มเมาสุราขับเก๋งเลี้ยวกลับรถกะทันหัน ทำให้ จยย.ของเหยื่อเบรกไม่ทัน ชนท้าย ร่างของน้องเเอมเวย์ติดใต้ท้องรถ ถูกลากไปกว่า 1 กม.

บรรยากาศสุดเศร้า! งานศพอดีตผู้ประกวดนางนพมาศ เหยื่อเก๋งเมาแล้วขับ ลากร่างไปกว่า 1 กม.

ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์แล้วลากไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนส่วนบุญโญปภัมถ์ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เวลา 20.45 น.

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กอ 2151 เชียงใหม่ จอดอยู่ในสภาพล้อหลังด้านหลังขวามีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กฆ 4231 ลำพูน ติดอยู่ ในสภาพด้านหน้าพังเสียหาย และมีรอยเลือดติดอยู่กับยางล้อรถยนต์

ส่วนคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นางสาวกมลทิพย์ อายุ 20 ปี อดีตผู้เข้าประกวดนางนพมาศ และผู้ประกวดนางงามลำไยลำพูน มีบาดแผลจากการถูกรถยนต์ลากไปไกล 1 กิโลเมตร บริเวณแขนซ้ายลำตัวมีแผลถลอกและแผลฉกรรจ์หลายแห่ง

ส่วนคนขับหลังจากชาวบ้านช่วยกันนำรถจักรยานยนต์มาขวาง ทราบชื่อคือ นายอุดร อายุ 39 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัทใน จ.เชียงใหม่ ถูกสอบสวนในสภาพยังเมาสุรา ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ ต.เหมืองง่า จ.ลำพูน จากนั้นจะกลับบ้าน

แต่บังเอิญหลงทางมาถึงที่เกิดเหตุ และได้เลี้ยวกลับรถกะทันหัน ทำให้รถของผู้ตายที่ขี่ตามมาเบรกไม่ทันพุ่งชนรถเก๋ง ด้วยความตกใจจึงขับหนีไป จนมาทราบตอนที่มีชาวบ้านขี่รถตามมาบอกให้หยุดว่ามีคนติดอยู่ใต้รถ ซึ่งตนขอยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา

ด้าน พ.ต.ท.ยุทธนา อุตรพงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองลำพูน กล่าวว่า คดีนี้ได้ตั้งข้อหา นายอุดร ผู้ต้องหา ไว้ 3 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต 2. ขับรถในขณะมึนเมาสุรา ซึ่งจากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ มีมากถึง 190 กว่ามิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และ 3. ขับรถแล้วหนีขณะเกิดอุบัติเหตุโดยไม่แจ้งแก่เจ้าพนักงาน ทั้งหมดนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุ ในช่วงเช้าวันที่ 31 มี.ค. ญาติของ นางสาวกมลทิพย์ ผู้เสียชีวิต ได้มาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อจะติดต่อขอรับศพ พร้อมบอกว่าน้องทำงานเป็นพนักงานขายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่ง เลิกงานจะกลับบ้านแต่มาเกิดอุบัติเหตุถูกรถชน แล้วลากไปไกลจนเสียชีวิต

ซึ่งติดใจตรงที่ว่าคนขับใจดำขับรถหนี จนทำให้คนที่ถูกชนติดอยู่เสียชีวิต หากจอดรถช่วยเหลือคงจะไม่เป็นอะไรมาก ขอให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และเสียใจมากเนื่องจากน้องเคยประกวดเวทีนางนพมาศ และนางงามลำไยมาหลายครั้ง ตำแหน่งล่าสุดได้รางวัลชมเชย และครอบครัวตั้งใจจะส่งเสริมให้ประกวดต่อไป แต่ต้องมาเสียชีวิตดังกล่าว

โดยล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง ม.5 ต.ต้นธง อ.เมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นบ้านพ่อแม่ของน้องแอมเวย์ได้นำศพของแอมเวย์มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศกมีบรรดาญาติและเพื่อนๆ ของน้องแอมเวย์ต่างก็เดินทางมาร่วมเคารพศพและแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

สำหรับศพของน้องแอมเวย์จะตั้งบำเพ็ญกุศลศพไว้ 3 คืนและจะทำการเคลื่อนศพไปยังสุสานต้นธง จังหวัดลำพูน ในวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2560 นี้ต่อไป

เผยคลิปอีกมุมภรรยารองผบช.ภ.5 ถูกเชิญลงจากเครื่องบิน

จากกรณีที่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร้องผ่านสื่อมวลชน จ.เชียงใหม่ ว่า นางยศวดี ปานเหง้า อายุ 54 ปี ภรรยา ถูกแอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดัง เชิญลงจากเครื่อง หลังแจ้งขอวีลแชร์ที่ปลายทาง เนื่องจากเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ 2 วัน จากอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

เผยคลิปอีกมุมภรรยารองผบช.ภ.5 ถูกเชิญลงจากเครื่องบิน

ต่อมาสายการบินนกแอร์ ได้อออกแถลงการณ์ ระบุว่า ด้วยเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD9202 กำหนดเวลาออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 10.00 น. และมีกำหนดถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 11.15 น. มีผู้โดยสารทั้งหมด 149 คน มีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางของคุณยศวดี ปานเหง้า หนึ่งในผู้โดยสารของเที่ยวบินนี้

เนื่องจากผู้โดยสารได้แจ้งลูกเรือในขณะที่เครื่องยังไม่ออกเดินทาง ว่าตนมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน โดยลูกเรือได้ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยในการขออนุญาตตรวจสอบเอกสารใบรับรองจากแพทย์ เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย โดยกรณีนี้ผู้โดยสารไม่มีเอกสารดังกล่าวมายืนยัน พร้อมทั้งไม่ยินยอมที่จะลงนามรับรองการเดินทางของตนเอง

ทั้งนี้ กัปตันผู้ควบคุมอากาศยาน ได้ตัดสินใจทำการยกเลิกการเดินทางของคุณยศวดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร ในระหว่างการเดินทางเป็นสำคัญ

ล่าสุด (1 เม.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ โดยระบุข้อความว่า

“เที่ยวบิน DD 9202 Nok Air กรุงเทพฯ – อุดร 30/3/2560 ผู้โดยสารท่านหนึ่ง ไม่ทราบว่าป่วยเป็นโรคอะไรครับ แต่มีใบแพทย์ติดตัวมาด้วย ผู้โดยสารแจ้งแอร์ว่า ขอให้มีรถเข็นบริการที่สนามบินปลายทาง เพราะพึ่งหายป่วย เจ้าหน้าที่จึงมาบอกผู้โดยสาร แบบนั้นขอให้ผู้โดยสารเซ็นชื่อ ว่า เดินทางแล้วถ้าเกิดมีปัญหาสุขภาพของผู้โดยสารเอง ไม่ใช่ความรับผิดของสายทางสายการบิน

ผู้โดยสารไม่ยอมเซ็น เธอบอกว่า เธอมีเตรียมเอกสารที่คุณหมออนุญาตให้เธอเดินทางได้ อย่างไรเธอก็ไม่ยอมเซ็น จากนั้นก็เริ่มพูดมีเสียงดังระหว่างผู้โดยสาร กับเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่สายการบินเกรงว่า จะรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ

กัปตันจึงประกาศเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบิน ขึ้นมาบนเครื่อง เพื่อเชิญผู้โดยสารลงจากเครื่อง เธอบอกว่า จะลงก็ได้ แต่เธอต้องการจะขอเงินสดค่าตั๋วเครื่องบินคืนทันทีเดี๋ยวนี้ แล้วจะลง

กฎของสายการบินในกรณีแบบนี้ กัปตันคงไม่สามารถจะนำเงินสดมาคืนผู้โดยสารได้ มันคงมีขั้นมีตอนมากกว่านั้น”

เจมส์ มาร์-พีช พชร ยื่นผ่อนผันเกณฑ์ทหารครั้ง 4 แจงติดเรียนโท

บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก สำหรับวันนี้ 1 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกที่บรรดาชายไทย ที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์เดินทางมาเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองเกินเพื่อรับใช้ชาติหนึ่งในนั้นมีพระเอก เจมส์ มาร์ เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ที่โรงเรียนวัดธาตุทอง ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตวัฒนา เนื่องจากกำลังศึกษาปริญญาโท หลังยื่นเอกสารเสร็จ เจมส์ มาร์ ให้สัมภาษณ์ว่า…

เจมส์ มาร์-พีช พชร ยื่นผ่อนผันเกณฑ์ทหารครั้ง 4 แจงติดเรียนโท

“วันนี้ก็มาผ่อนผันอีก 1 ปี เพราะยังต้องเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และยังมีงานที่ต้องทำ ต้องจัดการอยู่ด้วย รวมถึงตามกฎหมาย เราก็ยังมีสิทธิ์ที่จะผ่อนผันได้อยู่ ซึ่งตรงนี้ก็ได้ให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยดำเนินการด้วย

โดยบรรยากาศก็เหมือนทุกปี เพราะเราเองก็มาทุกปี เนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราจะต้องมารายการตัววันนี้ตามที่ทางเจ้าหน้าที่เรียกมา ซึ่งช่วงปีแรกก็ตื่นเต้น แต่มาครั้งนี้ไม่ตื่นเต้นแล้ว ก็ทำตามทุกอย่างไปตามกระบวนการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่านก็น่ารัก แล้วก็บอกว่า ปีหน้าอย่าลืมมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่จะคอยย้ำให้กับทุกคน

ทั้งนี้ ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะใช้สิทธิ์จนครบโควต้าที่เหลืออีก 3 ปีหรือไม่ อนาคตเรายังไม่อยากจะพูดตอนนี้ เพราะว่าเรายังไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่ก็จะทำตามกฎหมาย มารายงานตัวทุกปี สำหรับการเรียนปริญญาโทตอนนี้ ก็ผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่ได้จบพร้อมเพื่อนเพราะว่าเราต้องทำงานไปด้วย อาจจะช้ากว่าเพื่อนเล็กน้อย

แต่เราก็รีบเรียนเท่าที่จะเรียนได้ ไม่ได้ช้าแน่ ซึ่งพอมานั่งดูแล้ว ก็เก็บไปได้มากกว่าที่คิดทั้งที่เราทำงานมากกว่าเรียนด้วยซ้ำตอนนี้ก็เหลือโปรเจคใหญ่ๆที่อาจจะต้องใช้เวลากว่าจะจบ ซึ่งจะใช้เวลากว่าจะจบเมื่อไหร่นั้นก็ยังบอกไม่ได้เหมือนกัน ยังไม่อยากบอกว่าอีก 1 ปี หรือ 2 ปีพยายามทำให้ดีที่สุดแต่นิสัยแล้วไม่น่าจะจบช้าแน่ๆ

พร้อมกันนี้ สำหรับการเรียนต่อปริญญาเอกนั้น ก็ยังไม่ได้คิด เพราะต้องรอดูว่ามีอะไรที่เราอยากจะเรียนรู้จริงๆ ซึ่งมีเรียนเพราะอยากหาความรู้เพิ่มจริงๆ

ส่วนท้ายที่สุดแล้วจะจับใบดำใบแดงไปเลยหรือไม่นั้น ตรงนี้ยังไม่ได้คิด แต่ก็จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการตัดสินใจว่ามีทางเลือกอย่างไรบ้าง ทำไปตามกฎหมายแต่เมื่อผู้สื่อถามว่า…เคยคิดเล่นๆไหมว่าอยากจะเป็นทหารบก ทหารเรือ หรือทหารอากาศ?

ทางหนุ่มเจมส์ ก็บอกว่า ตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องคิด เพราะเคยเล่นในละครมาแล้ว พอรู้แล้ว แต่เอาจริงๆคือเราก็ยังไงก็ได้ ต้องรอตัดสินใจอีกที แต่ที่แน่ๆคือต้องมารายงานตัวทุกปี ซึ่งงานนี้ หนุ่มเจมส์ มาร์ก็ได้ฝากให้ทุกคนมารายงานตัว เพราะทางเจ้าหน้าที่ก็มีทางเลือกให้เรา ถ้าไม่พร้อม ก็สามารถใช้สิทธิ์ผ่อนผันได้ แต่ถ้าพร้อมแล้ว ก็ทำตามกระบวนการได้เลย

และเมื่อเวลา 08.30 ทางด้านดารานักแสดงหนุ่ม พีช พชร ทายาทห้างดัง ได้เดินทางมาที่โรงเรียนวัดหัวลำโพง หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 เขตบางรัก เพื่อยื่นสิทธิผ่อนผันการเกณฑ์ทหารครั้งที่ 4 โดยอ้างเหตุผลว่าติดเรียน ปริญญาโท เช่นกัน

ซึ่งหนุ่ม พีช กล่าวด้วยสียิ้มแย้ม ว่า ตนมาเดินทางมายื่นสิทธิผ่อนผันการเกณฑ์ทหารครั้งที่ 4 ความรู้สึกเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่ตื่นเต้นแล้ว เพราะทำมาหลายปีแล้ว สาเหตุที่มาผ่อนผันในปีนี้เนื่องจากตนติดเรียนปริญญาโท

โดยกำลังศึกษาที่คณะ media communications มหาวิทยาลัย webster ที่ตนเพิ่งเข้ารับการศึกษาเป็นปีแรก ซึ่งตามหลักสูตรอเมริกาจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ส่วนระยะของการยื่นสิทธิผ่อนผันการเกณฑ์ทหารสามารถผ่อนผันได้ถึงอายุ 26-27 แต่ต้องขึ้นอยู่ว่าผู้นั้นศึกษาต่อหรือเปล่า แต่สำหรับตนคงไม่เรียนต่อแล้ว

นอกจากนี้ หนุ่ม พีช ยังฝากถึง บุคคลทั่วไปที่มองว่าการเป็นดาราจะมีสิทธิพิเศษในเรื่องนี้ ตนมองว่าไม่เกี่ยว เพราะเป็นนักแสดงเพียงอาชีพหนึ่งเท่านั้น เราก็อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศเรา เราเป็นประชาชนเราก็เคารพกฎหมายประเทศตัวเอง

ถ้าเราไม่เคารพกฎหมายมันก็มีคนโกงกันอีกเยอะ เราก็ไม่ได้อยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่โกงอะไรขนาดนั้น ถึงจะโดนจับตามองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยครับ ก็เป็นปกติ เราก็ใช้สิทธิของเรา ถึงเวลาพอเราหมดสิทธิเราก็รับผิดชอบตามที่เราต้องรับผิดชอบ

“จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมขอบอกแล้วกันว่าเราควรที่จะต้องเคารพตัวเองก่อน อยู่ในแผ่นดินประเทศ เราก็ช่วยเคารพกฎกัน มาใช้สิทธิกันให้ถูกต้องครับ” พีช ทิ้งท้าย

อนุมัติหมายจับ “ปัก กึน เฮ”

ศาลอนุมัติหมายจับอดีตประธานาธิบดีปัก กึน เฮ หลังอัยการขอควบคุมตัวเธอในฐานะผู้ต้องสงสัยรับสินบน

ผู้พิพากษาศาลแขวงกลางเขตกรุงโซล อนุมัติหมายจับเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้อดีตประธานาธิบดีหญิงต้องถูกส่งตัวไปศูนย์กักกันกรุงโซลที่เดียวกับที่นายเจ วาย ลี ประธานซัมซุง กรุ๊ป และนางชอยซุน-ซุล เพื่อนหญิงคนสนิทของเธอถูกควบคุมตัวอยู่ก่อน

ทั้งนี้ ศาลระบุในเอกสารว่า มีความจำเป็นที่ต้องอนุมัติหมายจับนางสาวปัก เนื่องจากเกรงว่าจะมีการทำลายหลักฐานเกิดขึ้นในคดีที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้อง

คำสั่งควบคุมตัวนางสาวปัก ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดในคดีอื้อฉาวคอรัปชัน ที่ครอบงำเกาหลีใต้มานานหลายเดือน จนทำให้มีการถอดถอนเธอให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีและสืบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศ

อย่างไรก็ตาม อัยการมีเวลา 19 วัน เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องอดีตผู้นำหรือไม่ ขณะที่ทางการต้องสงสัยว่าเธออาจกดดันให้บรรดาผู้บริหารบริษัทชั้นนำของประเทศ บริจาคเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ เข้ามูลนิธิไม่แสวงผลกำไรต่างๆที่บริหารงานโดยนางชอย ซุน-ซุล แลกกับความช่วยเหลือจากรัฐบาลการออกหมายจับนางสาวปัก มีขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งหาประธานาธิบดีคนใหม่

“อีแวนกา ทรัมป์” เป็นลูกจ้างรัฐบาลสหรัฐ

อีแวนกา ทรัมป์” ลูกสาว”โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นลูกจ้างรัฐบาลสหรัฐ

นางอีแวนกา ทรัมป์ บุตรสาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เธอเริ่มทำงานเป็นลูกจ้างรัฐบาลสหรัฐ โดยไม่รับเงินเดือนตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ในฐานะที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของประธานาธิบดี ซึ่งถ้อยแถลงของนางอีแวนกาครั้งนี้

ถือเป็นการยืนยันข่าวของสื่อสหรัฐ ที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า เธอมีห้องทำงานส่วนตัว ที่อาคารเวสต์วิงของทำเนียบขาว แม้เธอจะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เลยก็ตามอย่างไรก็ตาม ทั้งนายจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้เป็นสามีของนางอีแวนกาและตัวนางอีแวนกาเอง ล้วนไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน

โดยนางอิแวนกาทำธุรกิจแฟชั่น แต่การที่ทั้งสองสามีภรรยามีอิทธิพลอย่างมากต่อนายทรัมป์ ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่า อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งมีการโต้แย้งกันอย่างกว้างขวางว่า ธุรกิจตระกูลทรัมป์ กับกิจกรรมทางการเมืองของสมาชิกในตระกูลอาจแยกกันไม่ออก