อินเตอร์เปิดบ้านยำฟิออฯ

อีการ์ดี้ ซัดสองตุงช่วย “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน เปิดรังไล่ถล่ม ฟิออเรนติน่า ที่เหลือ 10 คน 4-2
ฟุตบอลกัลโช่ ซีรีส์ เอ นัดคืนวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน เปิดสนามจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า พบกับ “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า เริ่มเกมเพียง 3 นาที มาร์เซโล่ โบรโซวิช มาซัดประตูแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะขยับหนีเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วใจังหวะเข้าซ้ำของ อันโตนิโอ คันเดรว่า นาทีที่ 9 จากนนั้นงูใหญ่ยังคงเดินเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่องจนนาทีที่ 19 เมาโร อีการ์ดี้ ได้โอกาสพาบอลเข้าเขตโทษก่อนล็อคหลบผู้เล่นทีมเยือนและแปเข้าไปเป็น 3-0

กระทั่งนาทีที่ 37 ฟิออเรนติน่า ตีไข่แตกได้สำเร็จ มิลาน บาเดลจ์ โยนบอลมาในเขตโทษให้ นิโกลา คาลินิช ซัดด้วยซ้ายไล่มา 1-3 ทว่าทีมเยือนก็ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ กอนซาโล่ โรดริเกซ โดนใบแดงจากที่ไปขวางการบุกทำประตูของ เมาโร อีการ์ดี้ ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก

ครึ่งหลัง ม่วงมหากาฬ ที่มีผู้เล่นน้อยกว่ายังไม่หมดความหวัง นาทีที่ 62 โยซิป อิลิซิช บุกขึ้นไปยิงให้ทีมตีตื้นเข้ามาเป็น 2-3 แต่สุดท้ายงูใหญ่ก็มาได้ประตูปิดฝากล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก เมาโร อีการ์ดี้ จบเกม อินเตอร์ คว้าชัยในบ้าน 4-2 สถิติแข่ง 14 นัด ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 5 มี 21 แต้ม ขึ้นมารั้งอันดับ 8 เหนือกว่า ฟิออเรนติน่า อันดับ 9 ที่แข่ง 13 นัดอยู่แต้มเดียว

ส่วนผลอีกคู่ นาโปลี เสมอ ซัสเซาโล่ 1-1

โรนัลดินโญคิดคืนสนามช่วยชาเปโคเอนเซ

โรนัลดินโญ อาจหวนกลับมาเล่นเพื่อชาเปโคเอเซ
โรนัลดินโญ อดีตซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลที่แขวนสตั๊ดไปแล้ว กำลังพิจารณาที่จะกลับมาลงสนามอีกครั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือสโมสรชาเปโคเอนเซ ที่เพิ่งเสียนักเตะถึง 19 คน จากเหตุการณ์เครื่องบินตกในสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลังจากที่สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลหรือซีบีเอฟ ประกาศว่าฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติบราซิลเกมปิดฤดูกาลที่จะมีขึ้นในสุดสัปดาห์หน้าจะต้องลงแข่งขันตามกำหนดเดิมรวมทั้ง ชาเปโคเอนเซ ที่มีผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ไม่เพียงพอ ทำให้ โรนัลดินโญ มีความคิดจะหวนคืนสนามเพื่อช่วยเหลือแบบไม่คิดค่าเหนื่อย

ขณะที่ โรแบร์โต อัสซิส พี่ชายและเอเยนต์ของโรนัลดินโญยืนยันกับเรื่องนี้ว่าอดีตซูเปอร์สตาร์รายนี้พร้อมให้การช่วยเหลือทางชาเปโคเอเนเซทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ โดยนอกจากดาวเตะรายนี้แล้วทาง ฮวน โรมัน ริเคลมี อดีตกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาก็มีความคิดจะหวนคืนสนามด้วยเช่นกัน

ประธานฟลอร์บอลโลกชมฝีมือไทย

มร.โทมัส เอริคส์สัน ประธานฟลอร์บอลโลก ชื่นชม ทีมไทย หลังเบียดสู้ สหรัฐฯ ทีมอันดับ 10 โลก อย่างสูสี ก่อนพ่าย 4-5

การแข่งขันฟลอร์บอลชายชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 11 ที่ประเทศลัตเวีย ซึ่ง ทีมชาติไทย สามารถคว้าสิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหมด 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่ง ไทย อยู่ในสายดี ร่วมกับ สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ซึ่งเกมแรก ไทย ประเดิมสนามพ่าย สหรัฐอเมริกา ทีมอันดับ 10 ของโลก หวุดหวิด 4-5 ชวดเก็บแต้มอย่างน่าเสียดาย

ภายหลังการแข่งขัน “บิ๊กแน็ต”ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ นายกสมาคมกีฬาฮ็อกกี้แห่งประเทศไทย ที่ดูแลกีฬาฟลอร์บอล เผยว่า น่าเสียดายมาก ๆ ที่เรามีโอกาสเก็บคะแนนในเกมนี้แต่สุดท้ายต้องแพ้ แต่ถือว่าทำได้ดีมาก เนื่องจากเรามาแข่งครั้งแรก หลังจากเริ่มกีฬาชนิดนี้ได้ไม่ถึง 2 ปี

“เกมนี้ มร.โทมัส เอริคส์สัน ประธานฟลอร์บอลโลก IFF มาชมการแข่งขันด้วย พร้อมชมทีมไทยว่าเล่นได้ดีเหลือเชื่อ ทั้งที่เพิ่งเข้ามาแข่งขัน ถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่สามารถทำประตูสหรัฐได้ถึง 4 ลูก และเกือบคว้าชัยชนะได้อีกด้วย ผมขอชื่นชมทุกคนทั้งนักกีฬา, สต๊าฟฟ์โค้ช ที่สร้างผลงานได้ดี ส่วนนัดต่อไปที่ต้องเจอกับ สิงคโปร์ คู่ปรับสำคัญของเรา ก็หวังจะสู้ได้ดีแบบนี้อีก ซึ่งเราหวังมีแต้มจากนัดนี้ให้ได้”

ทางด้าน พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้จัดการทีม กล่าวว่า รายการนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยได้มาเล่น ซึ่งพอเราได้เห็นธงไทยขึ้นสู่ยอดเสาที่ลัตเวีย ถือเป็นที่ประทับใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีในระดับโลก โดยนัดแรกนักกีฬาทุกคนสามารถสู้ได้ดีมาก ๆ เกือบที่จะคว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ได้ และคิดว่าน่าจะทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ชู”พี่โม”เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเม

โปรกอล์ฟแอลพีจีเอ ยกเครดิตให้ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล พี่สาวของ “โปรเม” เอรียา มีส่วนผลักดันให้น้องก้าวไปสู่ความสำเร็จในฤดูกาลนี้
หลังจาก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวไทย มือ 2 ของโลก โชว์ฟอร์มกระหึ่มด้วยการคว้าแอลพีจีเอ ทัวร์ในปีนี้ได้ถึง 5 รายการ รวมทั้งพิชิตรางวัลใหญ่อย่าง นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (โรเล็กซ์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อะวอร์ด) และโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35 ล้านบาท) สำหรับผู้ทำคะแนนสะสม เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ

จูดี้ แรนกิ้น ตำนานกอล์ฟชาวอเมริกัน แสดงความคิดเห็นว่าความสำเร็จของโปรเมในปีนี้ ต้องยกเครดิตให้กับครอบครัวมากๆ โดยเฉพาะ “โปรโม” โมรียา ผู้เป็นพี่สาว เนื่องจากบ่อยครั้งที่โปรโมลุ้นผลงานน้องสาวอย่างเอาจริงเอาจัง เห็นได้ชัดจากการลุ้นแชมป์ โยโกฮาม่า คลาสสิก ซึ่งวันนั้นโปรเมกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟหญิงไทยคนแรกที่หยิบแชมป์ระดับแอลพีจีเอ ทัวร์ได้ ฝ่ายพี่สาวแข่งเสร็จไปก่อนแล้วและนั่งพักที่คลับเฮ้าส์ แต่น้องสาวยังคงแข่งอยู่

เช่นเดียวกับ แคนดี้ กัง ก้านเหล็กประสบการณ์สูงจากไต้หวัน เคยกล่าวเช่นกันว่า ตอนที่เอรียากำลังเล่น 9 หลุมหลัง โมรียาแข่งเสร็จก่อนและกลับมาอยู่ในคลับเฮาส์แล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าโมมีอาการกังวลกับการลุ้นแชมป์ของน้องสาว และอยากจะออกไปดูเมแข่ง ทำให้แคนดี้และแอนนา นอร์ดควิสท์ ต้องช่วยลดความตื่นเต้นของโมลงด้วยการแนะนำว่าโมไม่ควรออกไปลุ้นเมข้างสนาม เพราะจะสร้างความกังวลให้น้องสาวมากขึ้น

“หลังเมทีออฟหลุม 18 พวกเราก็ออกไปหาเม พอออกไปลุ้นข้างกรีน ตอนเมจะพัตต์ โมก็ขอจับมือฉัน เพราะเธอตื่นเต้นมากๆ” โปรไต้หวัน กล่าว

สำหรับ โปรโม มีหลายหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่ลงแข่งขัน แต่ยังต้องวางแผนในการเดินทางรายการต่อรายการ ดูแลเรื่องการฝึกซ้อมของทั้งตัวเองและน้องสาว บางครั้งก็เป็นแคดดี้ ส่วนเรื่องงานบ้านก็เป็นหน้าที่ของ “แม่เปิ้ล” นฤมล คุณแม่ของสองสาวนั่นเอง

“คูตินโญ่” ข้อเท้าขวาพังอาจพักยาวถึงสิ้นปี

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่  มิดฟิลด์ตัวรุกคนสำคัญของ”หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จะต้องหายหน้าหายตาจนถึงสิ้นปีนี้ 2016 เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บข้อเท้าขวา โดยวันนี้ (28 พ.ย.) จะเข้ารับการสแกนอย่างละเอียดอีกครั้ง จากการตีข่าวของสื่อกีฬาประจำเกาะอังกฤษ

ความเคลื่อนไหวของถิ่นแอนฟิลด์ ล่าสุดสื่ออังกฤษ รายงานข่าวว่า! ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง”หงส์แดง”ลิเวอร์พูล วัย 24 ปีเบอร์ 10 ที่ได้เจ็บจากเกมศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 13 เปิดบ้านเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน
จากการปะทะกับ ดิดิเยร์ เอ็นดอง แนวรับทีมเยือน อาจต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บจนถึงสิ้นปีนี้ ราวๆ 1 เดือน ทำให้ดาวเตะทีมชาติบราซิล จะพลาดลงสนาม 6 เกม เริ่มจากเจอ ลีดส์, บอร์นมัธ, เวสต์แฮม, มิดเดิ้ลสโบรห์, เอฟเวอร์ตัน และ สโต๊ค

อย่างไรก็ตาม คูตินโญ่ อดีตนักเตะ”งูใหญ่”อินเตอร์ มิลาน จะเข้ารับการสแกนในวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ทราบอาการ และระยะเวลารักษาตัวที่แน่ชัดต่อไป

ชุดขาวไร้”เบล”ดวลเสือเหลือง

“ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ไร้ แกเรธ เบล แต่ส่งแข้งดังรับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อลุ้นคว้าชัยเป็นแชมป์กลุ่ม
ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย คืนวันพุธที่ 7 ธันวาคมนี้ ทั้ง 8 คู่แข่งเวลา 02.45 น. กลุ่ม เอฟ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน จะเปิดซานติอาโก เบอร์นาบิว ต้อนรับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งจากเยอรมนี แม้ทั้งสองทีมจะผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่เกมนี้มีเดิมพันเป็นแชมป์กลุ่ม เนื่องจาก รีล มาดริด อยู่อันดับ 2 มี 11 แต้มจาก 5 นัด ตามหลัง ดอร์ทมุนด์ ทีมจ่าฝูงอยู่ 2 คะแนน หาก “ราชันชุดขาว” เป็นฝ่ายคว้าชัยจะแซงเข้าป้ายเป็นทีมอันดับ 1 ทันที แต่ถ้าเสมอหรือแพ้จะเป็นรองแชมป์

นัดนี้ “ซิซู” ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้านหมดสิทธิใช้งาน แกเรธ เบล, โทนี โครส และ อัลบาโร โมราตา ที่เจ็บต้องพักยาว แต่ยังใช้งานแข้งหลักรายอื่นๆ ได้ทั้งหมด จึงน่าจะยึดผู้เล่นจากนัดล่าสุดในศึกแห่งศักดิ์ศรี “เอล กลาซิโก” ที่บุกไปตีเสมอ บาร์เซโลนา 1-1 และรักษาสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการมาแล้วถึง 33 นัดเอาไว้ได้ คาดว่า เคย์ลอร์ นาบาส ยังเป็นผู้รักษาประตู แนวรับยังคงใช้ เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, มาร์เซโล และ ดาเนียล คาร์บายัล แดนกลางประกอบไปด้วย อิสโก, มัตเตโอ โควาซิช และ ลูกา โมดริช ส่วนแดนรุกยังคง 3 ประสาน คาริม เบนเซมา, ลูคัส วาซเกซ และ คริสเตียโน โรนัลโด

ด้านทีมเยือนของกุนซือ โธมัส ทูเคิล ขอเพียงผลเสมอจะเป็นแชมป์กลุ่ม แม้จะไร้ โรมัน เบอร์กี, ราฟาเอล เกอร์เรโร, สเวน เบนเดอร์ และ ชินจิ คากาวะ ที่ยังไม่หายเดี้ยง แต่พวกแข้งดังยังพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริง คาดว่าจะปรับทัพจากนัดล่าสุดที่เฝ้ารังไล่ต้อน มึนเชนกลัดบัค 4-1 โดยผู้รักษาประตูยังคงเป็น โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ แนวรับน่าจะใช้ มัทธีอัส กินเทอร์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, มาร์ค บาร์ตรา แดนกลาง ยูเลียน ไวเกิล พร้อมกลับมาประสานงานกับ นูริ ซาฮิน, ลูคัสซ์ ปิสซเซค และ มาร์เซล ชเมลเซอร์ แนวรุก มาริโอ เกิตเซ อาจได้ลงไปช่วย มาร์โก รอยส์ และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

ส่วนอีกคู่ สปอร์ติง ลิสบอน จากแชมป์โปรตุเกสที่มี 3 แต้ม จะเปิดสตาดิโอ ชูเซ อัลวาเลด ต้อนรับ ลีเกีย วอร์ซอว์ จากโปแลนด์ที่มีแต้มเดียว เกมนี้หากทีมใดชนะจะเข้าป้ายอันดับ 3 ได้ตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย เป็นรางวัลปลอบใจ แต่ถ้าเสมอจะเป็นเจ้าบ้านที่ได้สิทธิไป

โปรแกรมฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย (ทุกคู่แข่งเวลา 02.45 น.)
กลุ่ม อี

เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) พบ โมนาโก (ฝรั่งเศส)

สเปอร์ส (อังกฤษ) พบ ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม เอฟ

ลีเกีย วอร์ซอว์ (โปแลนด์) พบ สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส)

รีล มาดริด (สเปน) พบ ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี)

กลุ่ม จี

คลับ บรูช (เบลเยียม) พบ โคเปนฮาเกน (เดนมาร์ก)

ปอร์โต (โปรตุเกส) พบ เลสเตอร์ (อังกฤษ)

กลุ่ม เอช

ยูเวนตุส (อิตาลี) พบ ดินาโม ซาเกรบ (โครเอเชีย)

โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) พบ เซบีญา (สเปน)

“สเตนสัน”ไม่พลาด ผงาดเรซทูดูไบ

เฮนริค สเตนสัน ซิวแชมป์เรซ ทู ดูไบ พร้อมโบนัสสูงสุด 1.25 ล้านดอลลาร์ หลังตีจบที่ 9 ร่วมในศึกดีพี เวิลด์ ทัวร์ โดยแชมป์ประจำแมทช์เป็นของ แมทธิว ฟิตซ์แพทริค
ศึกกอล์ฟยูโรเปี้ยนทัวร์ “ดีพี เวิลด์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ” ชิงเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 280 ล้านบาท) ที่เอิร์ธ คอร์ส ออฟ จูไมราห์ กอล์ฟ เอสเตท พาร์ 72 ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการดวลวงสวิงในรอบสุดท้าย

ปรากฏว่า แมทธิว ฟิตซ์แพทริค โปรหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 22 ปี ออกมาสอย 6 เบอร์ดี้ เสียเพียงโบกี้เดียว จบวันทำเพิ่มอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 มีสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน ทัวร์ไปครองเป็นรายการที่ 3 ในอาชีพต่อจากแชมป์ บริติช มาสเตอร์ส ปี 2015 และแชมป์นอร์เดีย มาสเตอร์ส เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับเงินรางวัล 1.26 ล้าน

ดอลลาร์ (ประมาณ 44 ล้านบาท) พร้อมกระโดดขึ้นมาจบที่อันดับ 6 ในตารางเรซ ทู ดูไบ ได้โบนัสไปอีก 350,000 ดอลลาร์ (12.2 ล้านบาท)

ขณะที่รองแชมป์เป็นของ ไทร์เรลล์ ฮัตตัน เพื่อนร่วมชาติ ที่ตีเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวมพ่ายไปเพียงสโตรคเดียว รับเงินรางวัลประมาณ 841,000 ดอลลาร์ (29.4 ล้านบาท) บวกกับโบนัสของเรซ ทู ดูไบ ที่ขึ้นมาจบที่ 4 อีก 500,000 ดอลลาร์ (17.5 ล้านบาท)

ด้าน เฮนริค สเตนสัน โปรมือ 4 ของโลกชาวสวีดิช ซึ่งลงแข่งขันในฐานะผู้นำตารางเรซ ทู ดูไบ ตีวันสุดท้ายได้อีก 7 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 276 จบที่อันดับ 9 ร่วม รับเงินรางวัลราว 153,000 แสนบาท (5.3 ล้านบาท) และส่งผลให้มีคะแนนสะสมเป็นแชมป์ เรซ ทู ดูไบ เป็นสมัยที่สองต่อจากปี 2013 ทำให้ได้รับเงินโบนัสก้อนใหญ่สุดจำนวน 1.25 ล้านดอลลาร์ (43.7 ล้านบาท) ไปครอง

โปรรุคกี้ผงาดแชมป์อาร์เอสเอ็ม

แม็กเคนซี่ ฮิวจ์ส รุคกี้หนุ่มจากแคนาดา เฉือนชนะในการดวลเพลย์ออฟ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์หนแรกจากศึกอาร์เอสเอ็ม คลาสสิก
การแข่งขันกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ รายการ อาร์เอสเอ็ม คลาสสิก ชิงเงินรางวัลรวม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 210 ล้านบาท) ที่ซี ไอส์แลนด์ กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากจบสี่รอบมีผู้นำร่วมกัน 5 คน สกอร์รวมคนละ 17 อันเดอร์พาร์ 265 ก่อนจะดวลเพลย์ตัดสินโดยเล่นไปได้สองหลุมเหลือนักกอล์ฟ 4 คนประกอบด้วย เฮนริค นอร์แลนเดอร์ ชาวสวีดิช, คามิโล่ บีเยกาส จากโคลอมเบีย, แม็กเคนซี่ ฮิวจ์ส จากแคนาดา และบลายน์ บาร์เบอร์ ชาวอเมริกัน ทว่าท้องฟ้ามืดก่อนจึงต้องเลื่อนมาแข่งต่อในเช้าวันจันทร์ 21 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้หลุมที่ 17 พาร์ 3

ปรากฏว่าช็อตแรกผู้เล่นทั้ง 4 คนต่างตีไม่ออนกรีน โดย แม็กเคนซี่ ฮิวจ์ส โปรรุคกี้หนุ่มวัย 25 ปี ทีออฟด้วยเหล็ก 4 ลูกวิ่งขึ้นกรีนก่อนจะไหลลงเนิน ช็อตสองชิพขึ้นมาอยู่ตรงขอบฟริ้นจ์ห่างจากหลุม 18 ฟุต ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์พัตต์ไกลเซฟพาร์ได้สำเร็จ ขณะที่คนอื่นๆตีออกโบกี้ ส่งผลให้ ฮิวจ์ส คว้าแชมป์พีจีเอ ทัวร์ไปครองเป็นครั้งแรกในอาชีพ พร้อมเก็บแต้มขึ้นรั้งอันดับ 4 ในตารางเฟดเอ็กซ์ คัพ 2017 จำนวน 582 คะแนน ตามหลัง ฮิเดกิ มัตสึยามะ จ่าฝูงของตารางอยู่ 268 คะแนน

“เนย์มาร์”เจอคุก-จ่ายค่าปรับเพียบ

อัยการสเปนยื่นฟ้อง เนย์มาร์ กับ บาร์เซโลนา ในข้อหาทุจริตเรื่องย้ายทีม ซึ่งมีโทษหนักจำคุก 2 ปี และปรับเงินก้อนโต
เนย์มาร์ กองหน้ากัปตันทีมชาติบราซิล งานเข้าพร้อมกับต้นสังกัด “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา หลังอัยการสเปนยื่นฟ้องว่า มีความผิดในข้อหาบิดเบือนและทุจริตเพื่อปิดบังข้อมูลการย้ายทีมจาก ซานโต๊ส ในบราซิล เพื่อมาร่วมทัพ บาร์ซา เมื่อปี 2013 และมีการเสนอให้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงินสูงถึง 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) พร้อมสั่งฟ้อง ซานโดร โรเซลล์ อดีตประธานสโมสร “เจ้าบุญทุ่ม” ในช่วงเวลาดังกล่าวว่ามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องย้ายทีม โดยมีการเสนอให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี และสั่งปรับสโมสรเป็นเงินสูงถึง 8.4 ล้านยูโร (ประมาณ 310 ล้านบาท)

ทั้งนี้มีรายงานจากสื่อเมืองกระทิงดุว่า เนย์มาร์ และ โรเซลล์ ได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว และคาดว่าหากดาวยิงเลือดแซมบ้ามีความผิดจริงจะได้รับการรอลงอาญา เพราะไม่เคยทำความผิดกฎหมายสเปนมาก่อน จึงไม่ต้องติดคุกเหมือนกรณีของเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาที่โดนลงโทษจากคดีเลี่ยงภาษี แต่ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนมหาศาล

บาเยิร์นฟื้น เฉือนเลเวอร์คูเซน

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กลับมาคว้าชัยชนะหลังแพ้ทั้งในบุนเดสลีกา และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่าบุนเดสลีกา กลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้งหลังจากแพ้ ดอร์ทมุนด์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ “ห้างขายยา” เลเวอร์คูเซน 2-1 ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 26 พ.ย.

เกมนี้ บาเยิร์น เริ่มเกมด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษและออกนำ 1-0 นาทีที่ 30 จาก ติอาโก้ อัลคันทารา แต่อีก 5 นาทีต่อมา เลเวอร์คูเซน ตามตีเสมอได้จาก ฮาคาน ชัลฮาโนกลู จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ครึ่งหลัง บาเยิร์น มาได้ประตูชัยจากการโหม่งของ มัทส์ ฮุมเมิลส์ นาทีที่ 52 เป็นประตูชัยที่ทำให้ชนะไป 2-1 แต่ยังเป็นทีมรองจ่าฝูง

ผลคู่อื่นๆ มึนเชนกลัดบัค เสมอ ฮอฟเฟนไฮม์ 1-1, โคโลญจน์ เสมอ เอาก์สบวร์ก 0-0, ฮัมบูร์ก เสมอ เบรเมน 2-2, อินโกลสตัดท์ เสมอ โวล์ฟสบวร์ก 1-1, แฟร้งค์เฟิร์ต ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-1 สรุปอันดับคะแนนหลังลงสนามนัดที่ 12 แอร์เบ ไลป์ซิก 30 แต้ม, บาเยิร์น 27 แต้ม, แฟร้งค์เฟิร์ต 24 แต้ม และ โคโลญจน์ กับ ฮอฟเฟนไฮม์ 22 แต้มเท่ากัน