“ฟ้าขาว”แซงโครแอตซิวถ้วยเดวิสคัพ

เฟเดริโก เดลโบนิส และ ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร ช่วยกันเก็บชัยวันสุดท้าย นำ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แซงชนะ โครเอเชีย ผงาดแชมป์เทนนิส เดวิส คัพ ครั้งแรก
ศึกเทนนิสทีมชายชิงแชมป์โลก “เดวิส คัพ 2016” รอบชิงชนะเลิศ ทัพนักหวดโครเอเชีย อดีตแชมป์ปี 2005 เปิดบ้านสนามอินดอร์ “ซาเกรบ อารีนา” พบกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา รองแชมป์ 3 สมัย ใน 2006, 2008 และ 2011

ทั้งนี้หลังจากเกมสองวันแรก ทีมโครแอต ขึ้นนำ 2-1 แมทช์ ต้องการชัยชนะอีกแมทช์เดียว แต่ปรากฏว่าในการแข่งขันวันสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ประเภทเดี่ยวชนมือ นักสองอาร์เจนไตน์กลับเร่งเครื่องคว้าชัยได้ทั้งสองแมทช์ โดย เฟเดริโก เดลโบนิส ต้อนเอาชนะ อีโว คาร์โลวิช 3-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-3, 6-4, 6-2

จากนั้น ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร ซึ่งมีอาการบาดเจ็บนิ้วมือซ้ายหัก แต่ยังสามารถพลิกสถานการณ์จากที่เสียไปก่อนสองเซต กลับมาฝ่ายเฉือนเอาชนะ มาริน ซิลิช ได้สำเร็จ 3-2 เซต ด้วยสกอร์ 6-7 (4-7), 2-6, 7-5, 6-4, 6-3 ส่งผลให้ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์เดวิสคัพไปครองได้เป็นครั้งแรก

“ฮัลล์”ดับโทษนิวคาสเซิลลิ่วลีกคัพ

“เสือลาย” ฮัลล์ เล่นแค่ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนดวลจุดโทษเฉือนชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึกอีเอฟแอล คัพ ได้สำเร็จ
“เสือลาย” ฮัลล์ เล่นแค่ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนดวลจุดโทษเฉือนชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึกอีเอฟแอล คัพ ได้สำเร็จ

ศึกฟุตบอลอีเอฟแอล คัพ รอบ 5 หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “เสือลาย” ฮัลล์ ทีมท้ายตารางศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเคคอม สเตเดียม ต้อนรับ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล จ่าฝูงลีกแชมเปี้ยนชิพ

เกมนี้เจ้าบ้านต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงท้ายเกมตามเวลาปกติ เนื่องจาก เดียอูเมอร์ซี เอมโบกานี ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนาที 89 จบ 90 นาที เสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาทีเพื่อตามหาผู้ชนะ แต่เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก โมฮัมเมด ดิอาเม นาที 98 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะตามทวงคืนได้จาก โรเบิร์ต สนอดกราสส์ นาที 99 ครบ 120 นาที เสมอ 1-1 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน และเป็น ฮัลล์ ที่สังหารได้แม่นกว่าเป็นฝ่ายชนะ 3-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้แบบหืดจับ

“ธอมป์สัน”ยิง60แต้มนำนักรบทุบเพเซอร์ส

โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ได้ “เคลย์ ธอมป์สัน” ยิง 60 แต้ม เปิดรังไล่ต้อน อินเดียนา เพเซอร์ส ขาดลอยในศึกเอ็นบีเอ
ศึกแม่นห่วงเอ็นบีเอ เมื่อเช้าวันที่ 6 ธ.ค. ตามเวลาประเทศไทย “นักรบ” โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ทีมนำในสายตะวันตก เปิดสนามออราเคิล อารีนา พบกับ อินเดียนา เพเซอร์ส

ปรากฏว่าเกมนี้ เคลย์ ธอมป์สัน การ์ดจอมแม่นของเจ้าถิ่น บุกยิงได้ถึง 60 แต้ม เป็นสถิติการทำแต้มสูงสุดในเอ็นบีเอฤดูกาลนี้ และเป็นสถิติทำแต้มสูงสุดของสโมสรในรอบกว่า 42 ปี ขณะที่ เควิน ดูแรนท์ ช่วยกดอีก 20 แต้ม ส่งผลให้ วอร์ริเออร์ส เปิดบ้านเอาชนะขาดลอย 142-106 คะแนน ยังคงมีผลงานดีที่สุดในลีกด้วยสถิติชนะ 18 แพ้ 3 ขณะที่ เพเซอร์ส รั้งอันดับ 9 ในสายตะวันออก มีสถิติชนะ 10 แพ้ 11

ด้านผลคู่อื่น แอลเอ เลเกอร์ส แพ้ ยูทาห์ แจ๊สส์ 101-107, ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ ชนะ ดัลลัส มาเวอริคส์ 109-101, ชิคาโก บูลส์ แพ้ พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส 110-112, มิลวอกี บัคส์ แพ้ ซานอันโตนีโอ สเปอร์ส 96-97, นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ แพ้ เมมฟิส กริซซ์ลีส์ 108-110 (ต่อเวลา), ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ชนะ บอสตัน เซลติกส์ 107-106, โตรอนโต แรพเตอร์ส แพ้ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส 112-116, บรู๊คลีน เนตส์ แพ้ วอชิงตัน วิซาร์ดส์ 113-118, แอตแลนตา ฮอว์คส์ แพ้ โอคลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ 99-102, ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส แพ้ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ 98-106

“เอวร่า”เร้ายูเว่คว้าแชมป์กัลโช6สมัยซ้อน

ปาทริค เอวร่า กระตุ้นเพื่อนร่วมทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส ให้สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี ได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน
“ม้าลาย” ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี หวังจารึกชื่อเป็นทีมที่ป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้มากที่สุด หลัง ปาทริค เอวร่า แบ็คซ้ายจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสปลุกเร้าให้เพื่อนร่วมทีมช่วยกันคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ให้ได้ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน เพราะอยู่ในฐานะแชมป์เก่ามาแล้วถึง 5 สมัยซ้อน นับตั้งแต่ฤดูกาล 2011/12 จนถึงซีซั่นก่อน

ตอนนี้ ยูเวนตุส รั้งตำแหน่งจ่าฝูง มี 36 แต้มจาก 15 นัด นำหน้า 2 ทีมตามหลังอย่าง “หมาป่า” โรม่า และ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน อยู่ 4 คะแนน โดยมี 3 สโมสรที่เป็นเจ้าของสถิติป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้มากที่สุดถึง 5 สมัยเท่ากัน ได้แก่ “กระทิงหิน” โตริโน ระหว่างปี 1943 และ 1946-1949 (ช่วงฤดูกาล 1943/44 และ 1944/45 เกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2), “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ระหว่างปี 2006-2010 รวมถึง ยูเวนตุส ที่เคยทำได้ 2 ครั้ง ระหว่าง 1931-1935 และระหว่างปี 2011 ถึงปัจจุบัน

เดปายเบิ้ล-ดัตช์3-1 ขึ้นที่2คัดบอลโลก

“กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์ รอดตัวได้ เมมฟิส เดปาย ยิงคนเดียว 2 ประตูคว้า 3 แต้มฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ขึ้นมาอยู่อันดับ 2

ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปเมื่อวันที่ 13 พ.ย. กลุ่ม เอ “กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์ ออกไปเยือน ลักเซมเบิร์ก โดยต้องการ 3 แต้มอย่างมาก หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่มแพ้ฝรั่งเศสคาบ้าน

เกมรุกของ ฮอลแลนด์ ยังไม่เฉียบคมเท่าไรนัก ต้องรอถึงนาทีที่ 36 จึงได้ประตูนำจาก อาร์เบน รอบเบน แต่นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกทีมเยือนมาพลาดเสียจุดโทษ มักซิม ชาโนต์ ยิงจุดโทษให้เจ้าถิ่นได้จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

อย่างไรก็ตามครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ ส่ง เมมฟิส เดปาย ลงมาตั้งแต่นาทีแรก และก็ไม่ผิดหวังปีกจากแมนฯยูไนเต็ดทำคนเดียว 2 ประตูนาทีที่ 58 กับ 84 ทำให้ ฮอลแลนด์ บุกชนะ 3-1 ผลอีกคู่ บัลแกเรีย ชนะ เบลารุส 1-0 ทำให้กลุ่มนี้ ฝรั่งเศส มี 10 แต้มเป็นทีมนำตามมาด้วย ฮอลแลนด์ กับ สวีเดน 7 แต้มเท่ากันแต่ ฮอลแลนด์ประตูได้เสียดีกว่าอยู่อันดับ 2 ขณะที่บัลแกเรียก็ตามมาที่ 6 แต้ม

“ซิกานดา”แชมป์-แหวนจบที่12ร่วม

คาร์โลตา ซิกานดา โปรสาวแดนกระทิง หวดสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์กอล์ฟ “ลอเรนา โอชัว อินวิเตชั่นแนล” ไปครอง ขณะที่ พรอนงค์ เพชรล้ำ จบที่ 12 ร่วม
กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ซิตีนาเม็กซ์ ลอเรนา โอชัว อินวิเตชั่นแนล” ชิงเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35 ล้านบาท) ที่สนาม คลับ เดอ กอล์ฟ ระยะ 6,804 หลา พาร์ 72 กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการตีในรอบสุดท้าย

ปรากฏว่า คาร์โลตา ซิกานดา สวิงสาวชาวสเปน วัย 26 ปี ออกมาหวดอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 จากการทำ 4 เบอร์ดี้ 1 อีเกิ้ล เสีย 2 โบกี้ มีสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 คว้าแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ไปครองเป็นรายการที่ 2 ต่อจากศึก เคอีบี ฮานา แบงก์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนที่แล้ว รับเงินรางวัลจำนวน 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7 ล้านบาท)

ขณะที่อันดับ 2 ร่วมเป็นของ โจดี้ อีเวิร์ต ชาดอฟฟ์ ชาวอังกฤษ (67), แครีน อิแชร์ จากฝรั่งเศส (69), ซาราห์ เจน สมิธ ชาวออสซี่ (70), แองเจลา สแตนฟอร์ด (69) และออสติน เออร์เนสต์ (71) สองโปรชาวอเมริกัน มีสกอร์รวมคนละ 11 อันเดอร์พาร์ 277 ตามหลังแชมป์ 2 สโตรค อันดับ 7 ร่วมได้แก่ มารินา อเลกซ์ ชาวสหรัฐ (66), แคนดี้ กัง จากไต้หวัน (68) และ เชลลา ชอย จากเกาหลีใต้ (69) มีสกอร์รวมเท่ากันที่ 10 อันเดอร์พาร์ 278

ส่วน “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ โปรสาวไทยหนึ่งเดียวในรายการนี้ ทำได้ 6 เบอรืดี้ เสีย 2 โบกี้ จบวันเก็บเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 281 จบที่อันดับ 12 ร่วม รับเงินรางวัลกลับบ้านจำนวน 18,994 ดอลลาร์ (ราว 6.6 แสนบาท)

หล่อเลย! โรนัลโด้ มอบรางวัลรองดาวซัลโวยูโร 2016 ให้นานี

คริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันทีม มอบรางวัล รองดาวซัลโว ศึกยูโร 2016 นานี ปีกรุ่นน้องในทีมชาติโปรตุเกส

คริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส หลังมอบรางวัลรองดาวซัลโว ในศึกยูโร 2016 ให้กับ นานี ปีกรุ่นน้อง สำหรับทัวร์นาเม้นต์นี้ เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด ตกเป็นของ อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ส่วนตำแหน่งรองดาวซัลโว เป็น โรนัลโด้ ที่คว้าไปได้ แม้จะยิง 3 ประตู เท่ากับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ ดิมิทรี ปาเยต์ แต่ โรนัลโด้ มีสถิติการแอสซิสต์ที่ดีกว่า ทำให้จบในอันดับ 2

โรนัลโด้ ได้มอบรางวัลนี้ ให้กับ หลุยส์ นานี คีย์แมนอีกหนึ่งราย ที่พาทีมชาติคว้าแชมป์ โดย นานี ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ว่า “ยิ่งกว่ากัปตัน เฮียคือแชมเปี้ยน! ขอบคุณมากสำหรับของขวัญ! ลุยเลยโปรตุเกส พวกเราคือทีมแชมป์!”

ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นพี่น้องร่วมชาติลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกส แล้ว ทั้งคู่ยังเคยร่วมงานในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย

ชุดขาวมีเซ็ง! ผลสแกนระบุ “โด้” เอ็นเข่าฉีกส่อพักยาวครึ่งปี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้ากัปตันทีมโปรตุเกสของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรแห่งศึก ลา ลีกา สเปน อาจจะต้องพักแข้งยาวจนถึงช่วงสิ้นปี หลังได้รับบาดเจ็บหัวเข่า จากเกม ยูโร 2016 นัดชิงชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส เป็นฝ่ายเอาชนะ ฝรั่งเศส ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฏาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 31 ปี ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะที่ปะทะกับ ดิมิทรี ปาเยต มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงต้นเกม ก่อนที่เจ้าตัวจะกัดฟันฝืนทนเล่นต่อ แต่ก็ไม่สามารถอยู่จนจบเกม โดยเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 25 ของการแข่งขัน

โดยล่าสุด สื่อท้องถิ่นของสเปน ระบุว่า นักเตะเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ 3 สมัย ได้เข้ารับการตรวจหัวเข่าเรียบร้อย ซึ่งพบว่า เอ็นหัวเข่าซ้ายบางส่วนของเจ้าตัวมีการฉีกขาด และนั่นก็หมายความว่า จะต้องพักยาวจนถึงช่วงปลายปีนี้เลยทีเดียว

ซัวเรซฟิตเปรี๊ยะพร้อมลุย แดงเดือด

ฟุตบอล : แน่ใจหรือยัง? “บีร็อด” ลั่น ซัวเรซ ฟิตเกินร้อย พร้อมลงบู๊ให้ “หงส์แดง” หลังพ้นโทษแบนแล้ว จ่อประเดิมเกม “แดงเดือด” สัปดาห์หน้า

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จ่าฝูงศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะนี้ ประกาศว่า หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเจ้าปัญหาของทีม ฟิตสมบูรณ์เกิน 100 เปอร์เซนต์ และพร้อมลงสนามให้กับต้นสังกัดแล้ว หลังจากติดโทษแบนมายาวนานถึง 10 นัด โดยคาดว่ามีสิทธิ์ที่จะส่งลงในศึก แดงเดือด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นศึก แคปิตอล วัน คัพ วันพุธที่ 25 ก.ย.นี้

กุนซือวัย 40 ปี กล่าวว่า “เขาได้ลงเล่นอยู่ตลอด (กับทีมชาติอุรุกวัย) และซ้อมเรื่อยมา เพื่อให้ตัวเองยังคงแข็งความเร็วในการวิ่งได้อยู่ในตอนนี้ มันไม่เหมือนเล่นในเกมจริงๆ แต่พูดได้ว่าเขาทำได้เกิน 100 เปอร์เซนต์ในเกมนี้ (อุ่นเครื่องพบ เบิร์นลี่ย์) เขาทำเหมือนเขาซ้อมมันทำให้เราหวังว่าเขาจะทำมันได้ในเกมอย่างเป็นทางการ ความคิดแรกคือการที่เราหวังว่าเมื่อเขากลับมาทุกๆ อย่างมันจะราบรื่น แน่นอนว่ามันมีเรื่องราวมากมายในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ผมมองไปถึงวันที่เขากลับมาแล้ว”

ทั้งนี้ ซัวเรซ ได้ลงสนามครบ 90 นาทีในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งด้าน “บีร็อด” ก็ได้เปรยว่าเขาจะต้องซ้อมให้หนักกว่านี้ แม้ว่าจะมีความฟิตพอก็ตาม เพื่อกลับมาเบียดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง

อัสปาสผิดหวังฟอร์มฝืดกับหงส์แดง

ฟุตบอล : อัสปาส ยอมรับสุดผิดหวังยังเบิกสกอร์แรกกับ ”หงส์แดง” ไม่ได้ แต่ลั่นถ้ายิงเข้าเมื่อไรแหกปากดีใจแน่

ยาโก้ อัสปาส ดาวยิงตัวใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของตัวเอง หลังไม่สามารถทำประตูได้เลยในฤดูกาลนี้ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เซลต้า บีโก้ ทีมในลา ลีกา สเปน ด้วยค่าตัวราว 8 ล้านปอนด์ (400 ล้านบาท) เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

อัสปาส ลงเล่นไป 4 นัดในฤดูกาลนี้ โดยได้ออสตาร์ทเป็นตัวจริงในศึก “แดงเดือด” ที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลงสนามเป็นตัวสำรองแทน เฟลิปเป้ คูตินโญ่ ในนัดบุกเสมอ “หงส์ขาว” สวอนซี 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถสลัดอาการปืนฝืดออกไปได้ และต้องมองหาประตูในแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง” ต่อไป

หัวหอกวัย 26 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “บอกตามตรงนะผมไม่แฮปปี้เลยกับฟอร์มของตัวเอง เพราะผมเชื่อว่าผมยังทำได้ดีกว่านี้อีก ผมพยายามทำงานอย่างหนักทุกวันและพยายามพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมา มันไม่ง่ายเลยกับการปรับตัว ผมเพิ่งย้ายมาจากลีกสเปน และมีเวลาปรับตัวน้อยเหลือเกิน”

“แต่เป้าหมายของผมมันเทียบไม่ได้เลยกับการที่ ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ และขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ผมคิดว่าถ้าหากผมใส่สกอร์ได้เมื่อไร ผมคงระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่แน่ เพราะตลอด 4-5 ฤดูกาลที่ผ่านมา ผมไม่เคยรอคอยประตูนานแบบนี้เลย” อัสปาส กล่าวทิ้งท้าย