“พร้อม” เสมอเมื่ออยากจะ “เพย์”

พร้อม เสมอเมื่ออยากจะ "เพย์"

 

ทุกวันนี้คนไทยเริ่มไม่ต้องพกเงินสดโดยไม่รู้ตัว สมาร์ทโฟนกำลังกลายเป็นกระเป๋าสตางค์ใช้จ่ายเงิน และหนึ่งในบริการล่าสุดที่เราได้ยินกันถี่ ๆ ในช่วงนี้คือ บริการ “พร้อมเพย์” บริการรับโอนเงินแบบใหม่ จะโอนเงินก็แค่บอกเลขบัตรประชาชน หรือเบอร์มือถือ แทนเลขที่บัญชีเงินฝาก สะดวก และปลอดภัย เพราะไม่ต้องพกเงินสด “พร้อม” เสมอเมื่ออยากจะ “เพย์”

เพราะความสะดวกและปลอดภัยของ “พร้อมเพย์” มากกว่าการพกเงินสดติดตัว ธนาคารกสิกรไทย จึงได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “พร้อมเพย์ Kสุด มั่นใจ ใคร ๆ ก็เพย์” ตะลุยลงพื้นที่ตามตลาดสด ตลาดนัด ตลาดนัดออฟฟิศ ตลาดที่เป็นจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อโชว์ให้เห็นถึงความดีงามของบริการเคแบงก์พร้อมเพย์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะทั้งตลาดสด ตลาดนัด ตลาดนัดออฟฟิศ ตลาดที่เป็นจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นที่ฮอตฮิตของการใช้จ่าย เป็นที่รวมร้านค้าของพ่อค้าแม่ค้า และส่วนใหญ่ควักเงินสดออกมาจ่าย ออกมาทอนกันทั้งนั้น

ปัญหาระดับชาติของฝั่งพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด คือ ช่วงต้นเดือน มักจะเจอลูกค้าจ่ายแบงก์ใหญ่ มีแบงก์ย่อยหรือเหรียญไม่พอทอน ขายเสร็จต้องมานั่งนับเงิน กว่าจะได้เงินบางส่วนที่ต้องเอาเข้าแบงก์ก็ไม่ทันแบงก์ปิด และอื่น ๆ อีกมากมาย

ปัญหาคับอกของฝั่งคนซื้อหรือลูกค้า คือ จะจ่ายแบงก์ใหญ่ก็กลัวโดนดุ จ่ายแบงก์ใหญ่ไป ได้เงินทอนกลับมาเป็นเหรียญให้หนักกระเป๋า หนักสุดคือ ลืมกระเป๋าตังค์

แคมเปญ “พร้อมเพย์  Kสุด มั่นใจ ใคร ๆ ก็เพย์” ประเดิมปูพรมที่แรกที่ตลาด อ.ต.ก. ควงร้านค้าชื่อดังอย่างเจ๊จงหมูทอด ร้านกาแฟคาเฟ่ ออน ทัวร์ พร้อมด้วยเจ้าของร้านดังประจำตลาด อ.ต.ก. คือ ส้มตำไก่ย่างสุดใจ ร้านผลไม้เอกชัย ขนมไทยเก้าพี่น้อง มาร่วมกันแชร์ประสบการณ์การค้าขายในยุคพร้อมเพย์ โดยมี “เอกกี้” เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ ยกขบวนเดินตลาดสร้างสีสันของไลฟ์สไตล์เดินตลาดสดโดยใช้จ่ายผ่านเคแบงก์พร้อมเพย์ Kสุด ทั้งพ่อค้าแม่ค้า คนซื้อ คนขาย

เคแบงก์พร้อมเพย์ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย  แถมยังมีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมให้ลูกค้าที่โอนเงินพร้อมเพย์ ทุกวงเงิน ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2560

ดูแล “ดวงตา” ในยุคดิจิทัล

ดูแล “ดวงตา” ในยุคดิจิทัล

 

อ.พญ.ญาณิน สุวรรณ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล “ดวงตา” เป็นอวัยวะที่สำคัญอวัยวะหนึ่งของร่างกายเรา แต่ละคนมีกันคนละคู่เท่านั้น ในแต่ละวันเราต้องใช้ดวงตาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ทำให้ดวงตาของเราต้องรับบทหนักตลอดทั้งวัน

ดูแล “ดวงตา” ในยุคดิจิทัล thaihealth

ยิ่งโลกปัจจุบันที่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเรา อย่างแทบจะขาดไม่ได้ เราสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ซึ่งจากข้อมูลปี 2559 พบว่าจากประชากรทั้งหมด 68 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของประชากร และมีผู้ใช้ Social Media ทั้งสิ้น 38 ล้านคน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราใช้สายตามากกว่าปกติ จนอาจทำให้เป็น “โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม”

“โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ รวมถึงการอ่านหนังสือนาน ๆ โดยไม่พักสายตา จนทำให้กล้ามเนื้อตาล้า หรือการนั่งในท่าหนึ่งนาน ๆ ไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย ซึ่งโรคนี้พบมากในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เนื่องจากคนกลุ่มนี้ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เกือบตลอดเวลา ทั้งทำงาน เล่นเกม และ แชท

อาการ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม จะมีอาการตาแห้ง แสบตา เคืองตา ปวดตา ตาพร่า เกิดภาพเบลอหรือภาพซ้อน ปวดศีรษะ และอาจจะมีอาการแพ้แสงร่วมด้วย

การดูแลรักษาดวงตา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้

ปรับสภาพแวดล้อม เช่น ปรับทิศทางการเป่าของแอร์หรือพัดลม โดยไม่ให้เป่าเข้าตา

พักสายตา การใช้ดวงตาเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้พักเลย ส่งผลให้เกิดอาการล้าและปวดตาตามมาได้ จึงควรพักสายตาบ้าง เช่น ใช้สายตาไป 30 นาที ก็ควรพักสัก 30 วินาทีด้วยการมองไปที่ไกล ๆ จากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 20 ฟุต หรือหากในบริเวณที่ทำงานมีสวนหรือต้นไม้ ก็มองไปบริเวณนั้น จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้ดวงตา

หากทำตามคำแนะนำ 2 ข้อนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ใช้ “น้ำตาเทียม” ซึ่งมี 2 ชนิด คือ น้ำตาเทียมแบบรายเดือน เมื่อเปิดแล้วใช้ได้ 1 เดือน และน้ำตาเทียมแบบรายวัน ใช้ได้ 24 ชั่วโมงเท่านั้น หากคุณเป็นคนที่ตาแห้งมาก ควรใช้น้ำตาเทียมแบบรายวัน เพราะสามารถหยอดได้บ่อย ๆ และจะช่วยให้รู้สึกสบาย เพราะมีน้ำหล่อลื่นในดวงตา ส่วนใครที่ตาแห้งไม่มากก็ควรใช้แบบรายเดือน

การป้องกัน

เนื่องจากดวงตามีความสำคัญกับเรามาก เราจึงควรทะนุถนอม และดูแลดวงตาคู่นี้ให้ดี โดยควรพักสายตาทุก ๆ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง ด้วยการมองออกไปที่ไกล ๆ หรือบริเวณที่มีสีเขียว ๆ ออกไปเดิน ยืดเส้น ยืดสาย เพื่อให้สายตาได้มองสิ่งอื่น ๆ บ้าง นอกจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ หรือจะพักสายตาด้วยการหลับตาประมาณ 3-5 นาทีก็ได้

นอกจากนี้ควรบำรุงสายตาด้วยการกินผักใบเขียว ไข่ มันเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ปลาแซลมอน อะโวคาโด และถั่วอัลมอนด์ ก็จะช่วยเสริมให้เรามีสุขภาพตาที่แข็งแรง

หน้าร้อนกับโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด

หน้าร้อนกับโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด

 

หมอกรมการแพทย์แนะรับมืออากาศร้อนจัดให้อยู่ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายแพทย์จิโรจ สินธวานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาโดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไปทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองในส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง

สัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคฮีทสโตรก คือไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน หน้าแดง ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน  เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัว ลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น และถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งแตกต่างจากอาการเพลียแดดทั่วๆ ไปที่จะมีเหงื่อออกด้วย สำหรับผู้ที่มี ความเสี่ยงในการเกิด โรคฮีทสโตรก คือ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัด ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

สำหรับการปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรก คือ ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้าน ในวันที่มีอากาศร้อนจัด ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้ และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำ ให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้จะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ก่อนออกจากบ้านควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด ในเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษโดยให้อยู่ในห้องที่มีอากาศระบายได้ดี และไม่ให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพังในกรณีที่จะต้องไปทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ควรเป็นบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงโดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที  เพื่อให้ร่างกายเคยชินกับสภาพอากาศร้อนจัด

รองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบเจอผู้เป็นโรคฮีทสโตรกสามารถช่วยเหลือเบื้องต้น โดยนำเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถ้ามีการอาเจียนให้นอนตะแคงก่อน เมื่ออาเจียนแล้วให้นอนหงาย คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบ ตามซอกลำตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ เพื่อระบาย ความร้อนร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน ราดน้ำเย็นลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

เปิดใจ น้องกานต์ หนุ่มจ่ายค่าเทอมด้วยเงินเหรียญที่เก็บออม

เปิดใจ น้องกานต์ หนุ่มจ่ายค่าเทอมด้วยเงินเหรียญที่เก็บออม

 

เปิดใจ น้องกานต์ หนุ่มจ่ายค่าเทอมด้วยเงินเหรียญที่เก็บออม รับ ดีใจที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวผม ทั้งในเรื่องการเก็บเงินและผลการเรียน

จากกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งควักเหรียญจ่ายค่าเทอมมูลค่ากว่า 6,000 บาท โดยเงินที่จ่ายนั้นเป็นเงินเก็บ ไม่ได้เป็นเงินที่พ่อแม่ให้ จนกลายเป็นความซึ้งใจในโซเชียลเน็ตเวิร์ก (อ่านข่าว หนุ่มหอบเหรียญมาจ่ายค่าเทอม 6,000 บาท เรื่องนี้ทำเอาเจ้าของเรื่องน้ำตาซึม)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 เว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ นายกานต์ พานิช หรือ น้องกานต์ วัย 18 ปี ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในภาพ โดยน้องกานต์ เปิดเผยว่า เริ่มเก็บเงินที่ได้จากครอบครัวตั้งแต่ ม.1 เก็บวันละ 20 บาท ปกติจะนำเงินเก็บเหล่านี้ไปแลกกับร้านค้า เพื่อนำมาจ่ายค่าเทอมให้กับวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม แต่ว่าทางร้านจำนวนธนบัตรไม่พอ จึงต้องจ่ายด้วยเหรียญแทน ใช้เวลานับกว่า 2 ชั่วโมง ถึงครบจำนวน 6,380 บาท

นอกจากนี้ น้องกานต์ ยังกล่าวว่า ผมดีใจที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวผม ทั้งการเก็บเงิน และผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.34 ซึ่งทางที่บ้านผมนั้นไม่ได้มีฐานะร่ำรวย พ่อแม่เป็นเกษตรกร ได้เงินมาวันละ 100 บาท ก็ต้องใช้เงินกินข้าวเช้าและเที่ยง ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ ไม่อยากรบกวนท่านไปมากกว่านี้ อยากจะฝากถึงน้อง ๆ เยาวชนว่า เวลาจะใช้จ่ายอะไรควรคิดให้ดีก่อน หากไม่มีเงิน แต่อยากได้สิ่งของก็ควรจะออม และไม่ควรรบกวนผู้ปกครอง เราในฐานะลูกควรแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่

เก่งอะไรเบอร์นั้น !! เด็กเตรียมอุดมฯ สอบติดแพทย์ยกห้อง สุดยอดมาก

เก่งอะไรเบอร์นั้น !! เด็กเตรียมอุดมฯ สอบติดแพทย์ยกห้อง สุดยอดมาก

 

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมอนาคตของชาติ เด็กเตรียมอุดมฯ สอบติดแพทย์ยกห้อง แบบนี้ต้องปรบมือให้

การที่เด็กนักเรียนมัธยมปลายถ่ายภาพรวมยกห้องนั้นเป็นธรรมเนียมที่ใคร ๆ ก็ทำกัน โดยเฉพาะรุ่นใหญ่อย่างพี่ ม.6 ที่เตรียมจะโบยบินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แต่สำหรับภาพที่ถูกแชร์กันอย่างมากมายอยู่ในขณะนี้นั้น ไม่ใช่ภาพธรรมดา ๆ นะฮ้าาา เพราะว่าที่ตัวของเด็กแต่ละคนมีข้อความที่สอบติดคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยดังแทบทุกคน เรียกได้ว่าห้องนี้คือเด็กเก่งหัวกะทิสุด ๆ

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวถูกแชร์มาจาก เฟซบุ๊ก Yanisa ‘MiKo  ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในนักเรียนในภาพ โพสต์เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 พร้อมกับระบุข้อความว่า “ห้อง 145 เตรียมอุดมรุ่น 77” โดยในภาพปรากฏข้อความที่แต่ละคนสอบติดคณะแพทย์ ศิริราช, คณะแพทย์ จุฬาฯ, คณะแพทย์ พระมงกุฎฯ, คณะแพทย์ รามาฯ, ทันตะ จุฬาฯ และมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่เลือกไปทางสายวิศวะ จุฬาฯ

งานนี้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเน็ตไม่น้อย ทำให้เกิดเป็นกระแสชื่นชมน้อง ๆ กลุ่มนี้ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป ยังไงก็ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณหมอในอนาคตด้วยนะคะ…เห็นแบบนี้แล้วมันน่าปลื้มใจจริง ๆ

ประตูกระต่ายแบบติดมุ้งลวด ทำเองได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ประตูกระต่ายแบบติดมุ้งลวด ทำเองได้ไม่ยากอย่างที่คิด

 

วิธีทำประตูกระต่าย การทำประตูกระต่ายติดมุ้งลวด ให้กระต่ายสามารถเดินเข้า-ออกในบ้านเองได้ ไม่ต้องคอยเปิด-ปิดให้บ่อย ๆ

นี่คือไอเดียที่คนเลี้ยงกระต่ายต้องหลงรัก โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1565476 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เป็นหนึ่งในคนเลี้ยงกระต่ายที่พบว่า กระต่ายของตัวเองมักจะเข้า ๆ ออก ๆ ในบ้านและกรงนอกบ้านเป็นประจำ ต้องคอยมาเปิดประตูให้ตลอดเวลา เลยลงมือทำประตูกระต่ายแบบติดมุ้งลวดราคาถูก ๆ และนำวิธีมาให้ชมสำหรับคนเลี้ยงกระต่ายที่มักจะเจอปัญหาเดียวกัน

[CR] ประตูกระต่ายแบบติดมุ้งลวดทำเองได้ ! โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1565476

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวการทำประตูกระต่ายแบบติดมุ้งลวดด้วยตัวเอง ไม่ยากเลยค่ะ ต้องเกริ่นสาเหตุก่อนเลยคือ เราเลี้ยงกระต่ายไว้นอกบ้าน กั้นเป็นคอกอยู่หลังบ้านติดกับตัวบ้านเลย ความจริงก็อยากเลี้ยงในบ้านนะจะได้เล่นใกล้ชิด แต่เวลาไม่มีคนอยู่ปิดบ้านไว้ อากาศจะอบอ้าว ไม่ระบาย น้องกระต่ายจะอึดอัดได้ ก็เลยเลี้ยงไว้นอกบ้านมาตลอด และน้องกระต่ายที่เคยเลี้ยงมากี่ตัว ๆ ดูจะนอนหมอบตัวเกร็งเวลาเราอุ้มมาเล่นในบ้าน พอเผลอก็คลานกระดึ๊บ ๆ จะกลับคอกท่าเดียว คงชอบอยู่ในคอกมากกว่าเล่นกับแม่ละมั้ง ฮ่า ๆ เศร้าใจ T_T

จุดพลิกผันมาอยู่ที่พี่เปอเป้อ เจ้าหูตก Holland Lop ที่เพื่อนให้มาเลี้ยง นิสัยซุกซน อยากรู้อยากเห็น เวลาเปิดประตูไปให้อาหารก็จะชอบวิ่งเข้ามาในบ้าน มาเดินดม ๆ สำรวจ วนสัก 2 รอบแล้วก็วิ่งออกไปอย่างนี้เป็นประจำ

– แต่บางทีพี่เปอเป้ออารมณ์ไม่ดีก็ไม่เข้า บางทีอารมณ์ดีมากก็เดินสำรวจนาน ทำท่าจะออกแต่ไม่ออก ทำให้แม่มันต้องมายืนคอยเปิด-ปิดประตูให้ เลยคิดได้ว่าถ้าหาประตูแมวที่เค้าเข้าออกเองได้ก็ดีนะ มีที่เค้าขายกันราคา 800 กว่าบาท แต่ก็อยากลองทำเอง ลองหารีวิวที่มีคนทำเองมีน้อย เห็นมีคนที่ให้ช่างมุ้งลวดทำกรอบมาให้ก็ไม่สะดวก อยากทำเองง่าย ๆ นอนคิดอยู่ 2 วันก็ออกมาเป็น “ประตูกระต่ายสุดฟิน !”

ข้อดี

1. น้องกระต่ายเข้า-ออกเองได้
2. มีผ้าปิดกันยุงและแมลงบินเข้าบ้าน
3. ทำง่าย ๆ ใช้เวลาเพียง 1-2 วันก็เสร็จเลย
4. ถอดออกก็ง่าย หากจะล้างมุ้งลวดก็สามารถถอดคลิปและเก็บกรอบประตูออกก่อนได้

ข้อเสีย

1. ไม่มีที่ล็อกกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าหรือออกได้แบบประตูแมวสำเร็จที่ขาย แต่เราก็แก้ปัญหาโดยติดประตูที่ด้านริมของประตูมุ้งลวด เวลาจะไม่ให้น้องกระต่ายเข้าบ้านก็ปิดประตูกระจกเข้ามาครึ่งนึงบังช่องเอาไว้หรือเวลาไม่อยู่บ้านก็ปิดประตูกระจกหมด ป้องกันไม่ให้เค้าเข้ามาเล่นซนโดยที่เราไม่อยู่
2. ด้านความแข็งแรงจะเหมาะกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กที่มีแรงน้อย เช่น กระต่าย เวลาโดดเข้า-ออกถีบไม่แรงมาก หากเป็นแมวที่ชอบวิ่งเล่นเข้า-ออกประตูแรง ๆ อาจหลุดกระเด็นตามแรงถีบได้
3. กันน้ำได้เล็กน้อย เนื่องจากเป็นกระดาษอัดโดนน้ำจะบวมทันที แต่การทาสีจะทำให้กันน้ำได้บ้าง แต่ก็ควรอยู่ในบริเวณที่ไม่เปียกน้ำ

อุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้

1. กระดาษอัดคล้ายแผ่นไม้อัดที่นักเรียนใช้ทำงานฝีมือ หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนใหญ่ ๆ แผ่นใหญ่แผ่นละ 50 บาทได้มั้ง (จำราคาไม่ได้)
2. เลื่อยฉลุ
3. คลิปดำขนาด 1 นิ้ว 3 ตัว
4. คัตเตอร์ ไม้บรรทัด และดินสอ
5. กระดาษทราย (มีหรือไม่มีก็ได้)
6. สีอะคริลิค หรือสีสเปรย์กระป๋อง หรือสีอะไรก็ได้ที่ติดทนทาน
7. ผ้าแคนวาสหรือผ้าอะไรก็ได้ที่หนาและน้ำหนัก
8. เข็มกับด้าย
9. เหรียญสลึง 6 เหรียญ

1. ใช้ไม้บรรทัดวัดขนาดที่จะเลื่อยบนแผ่นกระดาษอัด ขนาดกรอบด้านนอก 17×21 เซนติเมตร กรอบด้านใน 12×15 เซนติเมตร  (รูปที่ 1) หรือปรับเปลี่ยนได้ตามขนาดสัตว์เลี้ยงเลยค่ะ ทำ 2 ชิ้น เพื่อเอามาประกบกัน ประตูแมวที่ขายกันจะใหญ่กว่านี้และเป็นแนวตั้ง แต่สำหรับน้องกระต่ายเราเลือกแนวนอนเพราะกระต่ายตัวเตี้ย อ้วนกลม ประตูแนวนอนน่าจะเหมาะกับรูปร่างเค้ามากกว่า กระต่ายเราค่อนข้างตัวเล็ก หนักแค่ 1.5 กิโลกรัม กรอบขนาดนี้กำลังพอดี

2. ใช้เลื่อยฉลุเลื่อยกรอบด้านนอกและด้านในออก หากอยากให้กรอบแข็งแรง ใช้สว่านเจาะรูที่มุมกรอบด้านใน แล้วใช้ใบเลื่อยสอดเข้าไปแล้วค่อยเลื่อยชิ้นกรอบออกมา จะทำให้เป็นกรอบคล้ายกรอบรูปสวยงามไม่มีรอยต่อและแข็งแรง แต่เราขี้เกียจเลยเลื่อยผ่าเข้าไปด้านในเลย แล้วใช้กาวลาเท็กซ์ทาให้ติดกันทีหลัง ฮ่า ๆ ขัดขอบให้เรียบด้วยกระดาษทรายเพื่อให้สวยงาม หรือถ้าไม่มีจะไม่ขัดก็ได้

3. ใช้สีอะคริลิคทาหรือสีสเปรย์กระป๋องพ่นบนกรอบไม้เพื่อความสวยงาม พ่นที่คลิปดำด้วย โดยแกะขาหนีบออกมาก่อนพ่น เรามีสีอะคริลิคเลยเลือกใช้สีมาทา แต่มันจะไม่ค่อยเรียบ แนะนำว่าใช้สีพ่นจะสวยเรียบเนียนกว่าทา

4. ระหว่างรอสีแห้งก็มาทำผ้าปิดประตู ตัดผ้าขนาด 17.5×20 เซนติเมตร ขนาดจะใหญ่กว่ากรอบด้านใน โดยบวกเพิ่มอีก 2.5 เซนติเมตร (1 เซนติเมตรของแต่ละด้านทั้งซ้ายและขวาเอาไว้เย็บ+0.5 เซนติเมตรเผื่อเวลาพับ) (รูปที่ 2) เย็บด้วยมือหรือจักรก็ได้ ตามรูปที่ 3 เย็บเก็บขอบด้านบนก่อนทีละชิ้น เสร็จแล้วประกบผ้าโดยเอาด้านผิดไว้ด้านข้างนอก เย็บตามรูปที่ 4 เส้นที่ 2 โดยเย็บรอบ ๆ  ทั้ง 3 ด้าน จะได้ถุงผ้าเล็ก ๆ ตัดมุมทั้ง 2 ข้างเล็กน้อยตามรูป เพื่อให้เวลาพลิกกลับผ้าไม่โป่งตรงมุม จากนั้นพลิกถุงกลับมาแล้วเย็บตามรูปที่ 5 เส้นที่ 3 และ 4 ยาวเส้นละ 5 เซนติเมตร ระยะห่างกะเอาประมาณ 1 ใน 4 ของความยาวถุง เพื่อให้เป็นช่องใส่ของถ่วงน้ำหนัก เสร็จแล้วเอาของหรือเศษเหรียญ 25 สตางค์ หรือ 50 สตางค์ (ที่บ้านมีเยอะ) ใส่ไปข้างละ 3 เหรียญ

– เสร็จแล้วรอประกอบ หูกระต่ายที่เพิ่มขึ้นมาคือ เพิ่งคิดได้ว่าน่าจะทำกรอบให้ดูน่ารัก ๆ แต่เลื่อยกรอบเสร็จไปแล้ว เลยเลื่อยเพิ่มแค่หูเอามาติดกาวละกัน ส่วนถุงผ้าตอนแรกไม่ได้เย็บเส้นกั้นแบบรูปที่ 5 พอใช้ไปแล้วมันเบาผ้าไม่ค่อยลงมาแนบกรอบ เลยแกะไปเย็บเพิ่มใส่น้ำหนักถ่วงทีหลัง

5. ได้เวลาประกอบแล้ว เราเลือกทำช่องประตูด้านริมขวาของมุ้งลวด เผื่อเวลาจะปิดประตูกระจกจะบังช่องไม่ให้กระต่ายเข้าก็ปิดแค่ครึ่งบาน ทำให้ยังมีลมเข้าประตูมุ้งลวดได้อยู่ เอากรอบมาวัดกับมุ้งลวด ใช้คัตเตอร์ตัดตามขนาดของกรอบด้านใน ตัดมุ้งลวดเพิ่มอีกสัก 1-2 แถวตาราง (ประมาณ 2 มิลลิเมตร) เพื่อไม่ให้ขอบมุ้งลวดยื่นออกมาที่กรอบประตู กรีดง่ายมาก ๆ ระวังกรีดเลยนะ ซ่อมมุ้งลวดไม่เป็น ฮ่า ๆ

6. เอากรอบทั้ง 2 ชิ้น มาวางประกบหน้า-หลังมุ้งลวด-ซึ่งวิธีนี้อาจหาคนช่วยจับ (แต่เราทำคนเดียว พยายามหน่อยก็ทำได้เองนะ) แล้วสอดถุงผ้าไว้ให้ขอบบนยื่นออกมาพ้นกรอบ ใช้คลิปดำที่พ่นสีแล้วหนีบทั้ง 3 ด้าน ขยับถุงผ้าให้พอดีกับกรอบประตู เป็นอันเสร็จ

ข้อดีจากการมีประตูกระต่าย

1. เพิ่มพื้นที่วิ่งเล่นนอกจากคอกที่อยู่ เค้าอยากเข้าตอนไหนก็เข้าได้ ตามใจ เดินเข้ามาสำรวจมุมนั้นมุมนี้ แม้จะเป็นที่เดิม ๆ ก็ไม่เบื่อ ขอให้ได้เข้ามาเดิน ๆ ดูเค้ามีความสุข

2. ได้ใกล้ชิดลูกมากขึ้น บางทีเค้ามาก็เดินตามเรา เอาจมูกมาชนขาเหมือนจะบอกว่า นี่เจ้ามนุษย์ชามว่างเปล่า ใส่ขนมได้แล้ว เราก็จะใจอ่อนให้กินขนมกับผลไม้ในบ้านจนติดเป็นนิสัยแล้ว

3. ตอนนี้ใช้ประตูกระต่ายมา 3 เดือนแล้ว ยังทนทานแข็งแรงดี ถุงผ้าปิดมีขนติดก็เอาแปรงปัด ๆ ออก หรือถอดไปซักก็ได้ ตอนนี้มีน้องใหม่มาอยู่ด้วย เห็นพี่เปอเป้อวิ่งเข้าออกมาหลายวัน อยู่ดี ๆ น้องแพนด้าก็ออกไปอยู่ข้างนอกซะแล้ว แอบออกไปเองยังไม่ทันสอนใช้ประตูเลย หัวไวจริง ๆ

อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ แห่ประมูลโครงการบ้านประชารัฐ ก่อนสรุปผลใน 2 สัปดาห์

อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ แห่ประมูลโครงการบ้านประชารัฐ ก่อนสรุปผลใน 2 สัปดาห์

 

บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ แห่ร่วมประมูลโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐทั้ง 5 โครงการ ยันจะเร่งสรุปผลผู้ผ่านเกณฑ์คัดเลือกภายใน 2 สัปดาห์

วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า การประมูลโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ บนพื้นที่นำร่อง 6 โครงการ มีบรรดาบริษัทเอกชนใหญ่ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลหลายราย ทั้ง 5 แปลง ยกเว้นแปลงที่จังหวัดเชียงรายที่ไม่มีผู้ใดยื่นซองประมูล ประกอบด้วย โครงการบ้านธนารักษ์ กรุงเทพฯ 2 แปลง และโครงการให้เช่าระยะสั้น 5 ปี โดยผู้เช่าต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานข้าราชการที่เงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท ค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน ได้แก่

– ที่ราชพัสดุเดิม ตรงข้ามวัดไผ่ตัน เนื้อที่ 3 ไร่ มีผู้ประกอบการสนใจ คือ บริษัทปักกิ่ง เออร์บัน – คอนสตรัคชั่นยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป, บริษัท ศุภาลัย และบริษัทอารียา พรอพเพอร์ตี้

– แปลงที่โรงกษาปณ์เก่า ถนนประดิพัทธ์ เนื้อที่ 2 ไร่ มีผู้ประกอบการสนใจ คือ บริษัทปักกิ่ง เออร์บัน-คอนสตรัคชั่นยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป, บริษัท ศุภาลัย, บริษัทอารียา พรอพเพอร์ตี้

ทั้งนี้ทางคณะ กรรมการจะเร่งพิจารณาบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนจะมีการประกาศรายชื่อและเรียกเข้ามาลงนามในสัญญา โดยกำหนดการก่อสร้างต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งในระหว่างนี้หากผู้ใดที่สนใจต้องการเช่าพักอาศัยในที่โครงการบ้านธนา รักษ์ สามารถติดต่อไปยังธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อขอจองสิทธิการขอสินเชื่อได้แล้ว

สูตรขนมหมา Homemade ทำเองง่าย ๆ ได้ประโยชน์โดนใจเจ้าตูบ

สูตรขนมหมา Homemade ทำเองง่าย ๆ ได้ประโยชน์โดนใจเจ้าตูบ

 

สูตรขนมน้องหมา Homemade วิธีทำอาหารหมาเองง่าย ๆ ไม่ต้องซื้อ อร่อยได้ประโยชน์โดนใจตูบ มาดูวิธีทำขนมสำหรับหมา Homemade ไว้ทำที่บ้านกันค่ะ

หลังรับเลี้ยงน้องหมานามว่า เลดี้ ที่แฟนฝากไว้ให้ดูแล คุณนิ่ม (Diary Delicious) สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ได้ไอเดียจากการที่สังเกตว่าน้องหมาชอบกินขนม เธอเลยนำเอาสูตรขนมน้องหมา (Dog Snacks Homemade) มาลองปรับและดัดแปลงให้ได้สัดส่วนที่ลงตัว จนออกมาเป็นสูตรขนมสำหรับน้องหมา Homemade ที่น้องหมาติดใจ ถ้าอยากรู้ว่าสูตรจะมีส่วนผสมและวิธีการทำอย่างไรตามไปดูกันค่ะ

วัสดีค่ะ ช่วงนี้นิ่มได้มีโอกาสเลี้ยงหลานสาวคนโต หลานสาวชื่อ เลดี้ ลูกสาวแฟนฝากเลี้ยงค่ะ อยู่กันได้ 2 วันน้ำหนักขึ้นไปเป็นกิโล ฮ่า ๆ เจอคุณยายนิ่มทำขนม นม เนย กินเพลินเลยค่ะ วันนี้เลดี้เพิ่งได้กลับบ้านไปหาแม่ นิ่มก็เลยมีเวลานั่งลงสูตร Dog Snacks Homemade ขนมน้องหมาให้ทุกคนได้ลองทำกัน สูตรนี้นิ่มเอามาประยุกต์จากหลาย ๆ สูตรที่ได้ดูทางอินเทอร์เน็ต เป็นสูตรที่ฝรั่งเขาทำให้น้องหมากัน นิ่มก็เอามาแปลให้เผื่อใครอยากจะลองทำขนมให้น้องหมากันเองบ้างค่ะ

รายละเอียดของส่วนผสม

– แป้งสาลี 3 ถ้วยตวง
– อาหารเหลวของเด็ก 195 กรัม
– นิ่มซื้อรสไก่งวงกับผักบดค่ะ ใครจะเลือกรสอื่นก็ได้นะคะ
– สูตรฝรั่งมีหลายสูตร เขาใช้ซุปไก่ก้อนละลายน้ำมาผสม
– แต่นิ่มเลือกเอาแบบเพื่อสุขภาพดีกว่า ไม่อยากให้น้องหมากินผงชูรสกลัวขนร่วง แหะ ๆ
– ไข่ 1 ฟอง

เปิดเงื่อนไข สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ใครกู้เงินได้บ้าง

เปิดเงื่อนไข สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ใครกู้เงินได้บ้าง

 

โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ธนาคารออมสิน ใครจะสามารถยื่นขอกู้เงินได้บ้าง เสียดอกเบี้ยเท่าไร มาทำความเข้าใจกัน

คนประกอบอาชีพอิสระคงได้เฮกับข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ไฟเขียวมาตรการ “สินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน” เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยสามารถขอสินเชื่อมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ โดยปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย และให้เวลาชำระเงินกู้ 5 ปี วันนี้กระปุกดอทคอม จะพาไปดูรายละเอียดของโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน แบบชัด ๆ กันอีกครั้ง

สินเชื่อประชารัฐ ให้ใครกู้เงินได้บ้าง ?

สำหรับผู้ที่จะขอสินเชื่อประชารัฐได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

– เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป

– มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้ กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี

– เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้

สินเชื่อประชารัฐ

กู้เงินสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนไปเพื่ออะไร ?

รัฐบาลออกมาตรการนี้เพื่อให้เป็นเงินทุนหรือทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ แก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และชำระหนี้สินอื่น ๆ รวมทั้งหนี้นอกระบบ

โครงการสินเชื่อประชารัฐ กำหนดวงเงินกู้ไว้เท่าไร ?

ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนทุกประเภท กับจำนวนเงินที่ขอกู้ในครั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200,000 ต่อราย

สินเชื่อประชารัฐ มีระยะเวลาชำระคืนเงินกู้นานแค่ไหน ?

ชำระเงินคืนภายใน 5 ปี (60 งวด)

โครงการสินเชื่อประชารัฐ คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่าไร ?

– ปีที่ 1 ร้อยละ 0.00 ต่อเดือน
– ปีที่ 2-5 ร้อยละ 1.00 ต่อเดือน

กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย และดอกเบี้ยปรับในอัตราที่ธนาคารกำหนด

สินเชื่อประชารัฐ

ยื่นขอสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชนได้ที่ไหน ถึงวันที่เท่าไร ?

สามารถขอสินเชื่อประชารัฐได้ที่ธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2559

ธนาคารออมสิน
ภาพจาก Ging o_o / Shutterstock.com

ขอสินเชื่อประชารัฐต้องใช้หลักประกันอะไรบ้าง ?

ต้องมีบุคคลค้ำประกันและหลักประกันอื่น ๆ คือ

บุคคลค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
– มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้ค้ำประกันกับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี
– เป็นผู้มีอาชีพและรายได้แน่นอน
– เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
– ค้ำประกันผู้กู้ได้ ไม่เกิน  2 คน

หลักประกันประเภทอื่น

สามารถใช้หลักประกันที่เป็นของผู้กู้ หรือของบุคคลอื่นที่ยินยอมให้ใช้ค้ำประกันได้ ดังนี้

– สมุดฝากเงินออมสินและ หรือสลากออมสินพิเศษ ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของจำนวนเงินฝากคงเหลือในสมุดฝากเงินออมสิน หรือให้กู้ได้ไม่เกิน ร้อยละ 95 ของมูลค่าสลากออมสินพิเศษ

– อสังหาริมทรัพย์ที่ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีความเจริญ มีไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น และมีทางสาธารณประโยชน์ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้สะดวก โดยให้กู้ได้ ดังนี้

● ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
● ไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินที่ดินว่างเปล่าหรือห้องชุด
● ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินที่ดินที่เป็นที่สวน ที่ไร่ ที่นา

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ค้ำประกันโดยธนาคารเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ของภาระค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญา

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อคิดในอัตราร้อยละ 1 ของวงเงินสินเชื่อที่ขอกู้ธนาคาร

ยำถั่วพูน้ำพริกเผากุ้งสด เมนูยำผักแซ่บอร่อยระดับเซียน

ยำถั่วพูน้ำพริกเผากุ้งสด เมนูยำผักแซ่บอร่อยระดับเซียน

 
แซ่บล้ำ ! ชวนทำยำถั่วพู ใส่กุ้งสดกับหมูสับ พร้อมสูตรน้ำยำที่ผสมน้ำพริกเผา มือใหม่เข้าครัวก็ทำได้ อร่อยขั้นเซียน

เมนูยำถั่วพู อีกหนึ่งเมนูยำผักสดสุดฮิตสำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอท ใครอยากลองทำกินเองมื้อเย็นนี้ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำยำถั่วพู สูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่ถั่วพูกรอบ ๆ กับกุ้งสดเนื้อเด้งหวาน คลุกเคล้ากับน้ำยำแซ่บเว่อร์ กินกับไข่ต้มยางมะตูมสุดฟิน อย่ารอช้าเข้าครัวทำกันเลยจ้า

ยำถั่วพู รสกลมกล่อม by ครัวตุ๊กตา โดย คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะ ถั่วพูที่ตาปลูกไว้ เริ่มทยอยออกมาให้ได้กินแล้วค่ะ ถั่วพูที่อเมริกาค่อนข้างหากินยากเหมือนกันค่ะ ดีที่ได้ปลูกไว้หลังบ้าน แค่ 3 ต้น ก็ออกมาให้เกินได้เรื่อย ๆ เดี๋ยววันนี้มาทำยำถั่วพู รสกลมกล่อมแสนอร่อยกันค่ะ
ถั่วพูสด ๆ จากหลังบ้านค่ะ กรอบ อ่อน ๆ เลย

ส่วนผสม ยำถั่วพู

• ถั่วพู 10-12 ฝัก
• กุ้งสด 100 กรัม
• หมูสับ 50 กรัม
• มะพร้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาวสด 3 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม 8 กลีบ
• พริกขี้หนู 6 เม็ด
• หัวกะทิสด 5 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วลิสงคั่วบด 3 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ต้มยางมะตูม 2 ฟอง
• กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
• พริกแห้งทอด 10 เม็ด
• กุ้งแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ
• เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 3 ช้อนโต๊ะ
• หอมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ

เคยสั่งเมนูยำถั่วพูกุ้งสดจากร้านยำ พอกินไปคำแรก แม่เจ้า ! หวานเจี๊ยบ แถมกุ้งก็ลวกจนเละ พอได้สูตรจากข้างบนมาก็แอบดีใจ ทำกินเองจะใส่เครื่องเคราแน่น ๆ ปรุงรสให้แซ่บกลมกล่อม ขอตัวไปซื้อถั่วพูก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ