รถตู้ชนบัส หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก พระเกจิดังมรณภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 เม.ย.) เมื่อเวลา 22.30 น. สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถพ่วงก่อนถูกรถบัสรับส่งคนงานชนซ้ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณถนนสาย 319 พนมสารคาม-ปราจีนบุรี พื้นที่ ม. 8 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

รถตู้ชนบัส หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก พระเกจิดังมรณภาพ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮม-4695 กรุงเทพฯ ถูกพุ่งชนเสียหายพังยับเยิน ทั้งบริเวณด้านหน้า และด้านข้างทางซ้ายของตัวรถ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถในที่เกิดเหตุ 1 ราย บนบริเวณเบาะหน้าด้านข้างคนขับ ทราบชื่อคือ หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก (มีศรี) อายุ 80 ปี พระเกจิชื่อดัง จำวัดอยู่ที่วัดป่าโพธิ์แก้ว เลขที่ 59 ม.5 ต.หัวซา อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี

ส่วนรถคู่กรณีในที่เกิดเหตุมีจำนวน 2 คัน เป็นรถบัสเปล่า รับส่งคนงาน 1 คัน ไม่ทราบยี่ห้อ สีน้ำเงินลายการ์ตูนทั้งคัน หมายเลขทะเบียน 30-1116 ฉะเชิงเทรา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ และรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หัวสีขาว ทะเบียนหัวลาก 83-0689 ฉะเชิงเทรา ทะเบียนท้ายพ่วง 82-9235 ฉะเชิงเทรา อีกหนึ่งคัน จอดอยู่บนกลางถนนด้านฝั่งมุ่งหน้าไปยัง จ.ปราจีนบุรี

จากการสอบสวนคนขับรถพ่วงให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้ชะลอและหยุดรถชิดเส้นแบ่งเลนตรงกลางถนน เพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าซอย และรอให้รถบัสคันที่เกิดเหตุร่วมด้วย ในขณะกำลังสวนทางมาผ่านไปก่อน ก่อนที่รถตู้ขับเข้ามาพุ่งชนยังที่หัวมุมท้ายรถทางขวาของหางพ่วงอย่างแรง จนทำให้ตัวรถตู้สะบัดหมุนออกไปยังในเลนที่รถบัสกำลังวิ่งสวนมาพอดี จึงถูกพุ่งชนซ้ำเข้าอย่างจัง

สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย พระเหล็กเพชร (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 35 ปี, พระฉลวย อายุ 40 ปี, พระคณิตธรรมมา อายุ 35 ปี และ พระฉัตรชัย อายุ 28 ปี ทั้ง 4 ราย มีอาการสาหัส และมีอาการหมดสติหลังเกิดเหตุ ถูกส่งต่อไปทำการรักษายังที่ รพ.พุทธโสธร ส่วนพระเชษฐา พันนรินทร์ อายุ 27 ปี แพทย์ให้นอนดูอาการยังที่ รพ.พนมสารคาม

นอกจากนี้ยังมี นายอานนท์ อายุ 34 ปี ลูกศิษย์วัด ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งไปยัง รพ.พนมสารคาม เพื่อรอดูอาการ และ นายชัยวัฒน์ อายุ 30 ปี ถูกส่งต่อไปยัง รพ.พุทธโสธร อีกหนึ่งราย

เบื้องต้น ทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวกำลังเดินทางกลับจากกิจนิมนต์ในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมุ่งหน้าเดินทางกลับไปยังวัด ก่อนมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าวนี้ขึ้น